ถึงใครก็ตามที่ถูกมองข้ามและกลัวการตัดสิน ‘Love, Victor’ ซีรีส์เยียวยาหัวใจภาคต่อ Love, Simon

ถึงไซม่อน

คุณไม่รู้จักผมหรอก แต่ครอบครัวของผมเพิ่งย้ายมาอยู่แอตแลนต้า 

วันนี้เป็นวันแรกของผมที่โรงเรียน Creekwood High และผมได้ยินเรื่องของคุณหมดแล้ว

ผมรู้ว่าคุณเริ่มส่งข้อความหาเด็กหนุ่มที่เป็นเกย์อีกคนแบบลับๆ 

ก่อนจะลงเอยด้วยการประกาศความรักอย่างบ้าคลั่งและโรแมนติก 

รู้เรื่องตอนคุณมีจูบแรกบนชิงช้าสวรรค์ต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน

และผมอยากบอกคุณว่า คุณแม่งโชคดี

โชคดีที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ รับได้ทุกอย่างไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร 

โชคดีที่มีกลุ่มเพื่อนที่สนับสนุนคุณที่สุด

เพราะสำหรับพวกเราบางคน

มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

ไดอะล็อคเปิดของ Love, Victor บอกใบ้ฉันว่าแม้ซีรีส์เรื่องนี้จะอยู่ในจักรวาลเดียวกับ Love, Simon แต่เรื่องราวของวิคเตอร์คงไม่เหมือนไซม่อนเสียทีเดียว

แค่ประโยค ‘มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น’ ก็พอเดาออก

สำหรับคนที่งงว่าวิคเตอร์กับไซม่อนเป็นใคร เท้าความหน่อยว่า Love, Simon คือหนังวัยรุ่นที่ดัดแปลงจากนิยายขายดีเรื่อง Simon vs. the Homo Sapiens Agenda ของ Becky Albertalli เล่าเรื่องราวของ Simon Spier (รับบทโดย Nick Robinson) เด็กหนุ่มผู้รู้ตัวว่าเป็นเกย์แต่ไม่เคยเปิดตัวกับใครแม้แต่เพื่อนสนิท เขาตกหลุมรักเพื่อนทางอีเมลคนหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า Blue เพราะได้คุยกันเป็นประจำ แม้จะไม่เคยรู้จักตัวจริงของอีกฝ่าย แต่ทั้งคู่คือเพื่อนใจของกันและกัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ความลับที่ไม่ควรมีใครรู้ของไซม่อนก็แตก เพราะเขาเผลอตอบอีเมลจากคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน และมีเด็กคนหนึ่งมาใช้เครื่องต่อจากเขา

แลกกับการปกปิดความลับ ไซม่อนถูกบังคับให้เป็นตัวกลางเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กหนุ่มปากโป้งคนนั้นและเพื่อนผู้หญิงที่อยู่กลุ่มเดียวกับเขา ปล่อยไว้นานเข้าก็อึดอัดกับการทำตามคำขู่และการไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที 

ไซม่อนจึงตัดสินใจเปิดตัวว่าเป็นเกย์ และชักชวนให้บลูเปิดตัวด้วยกัน เพราะเขาเชื่อว่าตัวตนของพวกเขาไม่ควรถูกปิดบัง เขาควรได้สิทธิที่จะรักและถูกรักเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

หากวัดจากตัวเลขรายรับ 66 ล้านเหรียญ (จากทุนสร้าง 17 ล้านเหรียญ) Love, Simon อาจไม่ได้สร้างกำไรเท่าไหร่ ทว่าในคนดูหนังรุ่นใหม่ หนังเรื่องนี้ถูกยกย่องว่าสามารถเล่าเรื่องการยอมรับตัวเองของวัยรุ่นได้อย่างไม่ฟูมฟาย อบอุ่นหัวใจ ซีนที่ไซม่อนเปิดตัวกับครอบครัวว่าเป็นเกย์กลายเป็นซีนการเปิดตัวที่ดีที่สุดในใจหลายคน ทำให้สตูดิโอตัดสินใจสร้าง Love, Victor ซีรีส์ต่อยอดจักรวาลไซม่อน (หรือที่ผู้สร้างเรียกว่า Simonverse) ที่โฟกัสตัวละครกลุ่มใหม่ เพื่อพาคนดูไปสำรวจจักรวาลนี้ในขอบเขตที่หนังไม่สามารถไปถึง

หากให้สรุปความน่าดู อาจพูดได้ว่าซีรีส์ขนาด 10 ตอนจบเรื่องนี้โดดเด่นด้วยตัวมันเองในแง่ของการเป็นซีรีส์ฟีลกู้ดสายฮีลจิตใจ ในเวลาเดียวกันก็สามารถปลอบประโลมคนดูด้วยการสื่อสารเมสเสจสำคัญ ไม่ใช่เพื่อกลุ่มวัยรุ่นที่เป็น LGBTQ+ เท่านั้น แต่ยังพูดแทนคนที่สับสน โดนมองข้าม หรืออาจเคยหลอกตัวเองด้วยการแกล้งเป็นอีกคนเพราะอยากได้การยอมรับ ไม่ว่าในฐานะแฟน เพื่อน ลูก หรือพ่อแม่

ในมุมมองของคนที่รักนิยายและชอบ ไซม่อน มาก่อน วิคเตอร์ ทำให้ฉันใจฟูได้ไม่ต่างกัน

และถ้าหากไม่เคยดูหรืออ่านมาก่อน การเริ่มต้นจากเรื่องนี้ก็ได้รสชาติสดใหม่ไปอีกแบบ

ตัวละครลับฉบับครีกวู้ดไฮ

ใน Love, Victor คนดูจะได้เห็นสังคมในแอตแลนต้าและโรงเรียนครีกวูดไฮมากขึ้น ถึงจะนับจำนวนตัวละครดูแล้วอาจจะมีมากกว่า Love, Simon ไม่เท่าไร แต่ทุกตัวละครมีเส้นเรื่องของตัวเองที่ถูกเล่าอย่างลงลึก นั่นคือหนึ่งในเหตุผลว่าทำไม Love, Victor ถึงต้องทำเป็นซีรีส์

เริ่มจากตัวละครหลักอย่างวิคเตอร์ เด็กหนุ่มที่จู่ๆ ก็ย้ายมาอยู่แอตแลนต้าเพราะพ่อได้งานใหม่ วิคเตอร์มีน้องสาวชื่อ Pilar ที่โอยโอยกับการย้ายบ้านเป็นพิเศษเพราะต้องห่างจากแฟนหนุ่ม กับ Adrian น้องชายคนเล็ก ครอบครัวของเขาดูเหมือนครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดา แต่สิ่งที่คนข้างนอกไม่เคยรู้และวิคเตอร์ไม่เคยเข้าใจคือ ทำไมพ่อแม่ของเขาถึงมีปากเสียงกันบ่อยขึ้นในการย้ายบ้านครั้งนี้ บางครั้งเขารู้สึกเหมือนเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยซ้ำ

วิคเตอร์อยากมีชีวิตที่ดีในแอตแลนต้า เขาพบกับ Felix (รับบทโดย Anthony Turpel) หนุ่มเนิร์ดผู้อาศัยอยู่ตึกเดียวกันและกลายเป็นคู่หูกันอย่างรวดเร็ว ในวันแรกของการเปิดเทอม ฟีลิกซ์แนะนำให้เขารู้จักกับ Benji (รับบทโดย George Sear) หนุ่มหล่อที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์อย่างเปิดเผย ฟีลิกซ์บอกว่าเขาและคนส่วนใหญ่ที่ครีกวูดไฮมองความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องธรรมดา นั่นคือสิ่งที่วิคเตอร์รู้สึกว่าแตกต่างจากเมืองที่ตัวเองจากมา เขาเห็นความเป็นไปได้บางอย่าง 

ในวันเดียวกันนั้นเอง เขาเจอกับ Mia (รับบทโดย Rachel Hilson) เด็กสาวน่ารักจิตใจดีที่หนุ่มๆ หลายคนหมายปอง แต่มีปมในใจบางอย่างที่ยากจะยอมรับแม้แต่กับตัวเธอเอง รวมทั้ง Lake (รับบทโดย Bebe Wood) เด็กสาวหน้าตาสะสวยผู้ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองเป็นที่หนึ่ง มีอาดูให้ความสนใจกับวิคเตอร์เป็นพิเศษ และอาจเพราะเขาดิ้นรนกับการอยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่นี่เหลือเกิน วิคเตอร์จึงแสดงความสนใจกลับไปจนได้เดตกับมีอา

ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย แต่ส่วนหนึ่งในใจของเขาที่ยังโหยหาบางอย่าง วิคเตอร์คิดว่าเขายังหาคำตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองคือใคร ชอบเพศไหน สิ่งที่เขาเป็นอยู่ใช่เขาจริงๆ หรือเปล่า

นั่นทำให้เขาส่งข้อความหา ‘ไซม่อน’ รุ่นพี่ผู้เป็นตำนานของครีกวูดไฮเมื่อหลายปีก่อน 

Love Victor

ข้อความลับฉบับวิคเตอร์

ถ้าเสน่ห์ของ Love, Simon คือการเขียนอีเมลตอบโต้ระหว่างสองตัวละครหลัก Love, Victor ก็รับกิมมิคนั้นมาใช้ต่อได้อย่างไม่ขัด-และไม่เขินแน่ๆ เพราะบทสนทนาของเขาทั้งคู่ในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปในทางชู้สาว ออกแนวรุ่นพี่ที่รุ่นน้องไว้ใจจะปรึกษาเรื่องความรู้สึกเสียมากกว่า

จากการส่งอีเมลในหนัง ซีรีส์เปลี่ยนวิธีให้ใกล้ตัวคนดูขึ้นอีกนิดด้วยการให้วิคเตอร์ส่งข้อความหาไซม่อนทาง Direct Message ในอินสตาแกรม บางครั้งที่วิคเตอร์เจอปัญหา ไซม่อนแนะนำวิธีแก้ บางครั้งที่วิคเตอร์รู้สึกเหนื่อยล้า ไซม่อนก็ปลอบประโลม บทสนทนาของทั้งคู่แทบจะเป็นเสียงกำหนดทิศทางของเนื้อเรื่องในแต่ละตอน และระหว่างทางเราจะเห็นความไว้ใจที่แต่ละฝ่ายมีให้กันมากขึ้น เป็นความสัมพันธ์ระยะไกลที่แน่นแฟ้น แม้ไม่เคยเจอกันมาก่อน

Nick Robinson กลับมาให้เสียงไซม่อนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเขานั่งตำแหน่ง Executive Producer และ Producer ดูแลภาพรวมของโปรเจกต์ นอกจากนี้ยังมี Becky Albertalli นักเขียนนิยายต้นฉบับ, Isaac Aptaker และ Elizabeth Berger ผู้เขียนบทหนัง Love, Simon และซีรีส์ This is Us มาช่วยกันสร้างสรรค์บทซีรีส์ ดังนั้นใครที่คาดหวังความตลก อบอุ่น บอกเลยว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์ เช่นเดียวกับความโรแมนติกที่ทำให้คนดูจิกหมอนตาม

Love Victor

Love Victor

สารลับฉบับ Simonverse

มาคิดดูแล้ว บางทีการที่หลายคนยกย่อง Love, Simon ว่าเป็นหนังเรื่องสำคัญ อาจเพราะมันไม่ได้แฝงการสร้างความเข้าใจเรื่องวัยรุ่นชาว LGBTQ+ เท่านั้น แต่ยังฉายภาพตัวอย่างการรับมือของคนรอบข้างที่เป็นไปในทางบวก ตอนไซม่อนเปิดตัวว่าชอบผู้ชาย ทั้งพ่อแม่และเพื่อนฝูงต่างสนับสนุนเขาเป็นอย่างดี

แน่นอน ทุกคนสมควรที่จะได้รับความรักโรแมนติกแบบในหนัง แต่กับบางคน มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น Love, Victor จึงสะท้อนภาพเกย์วัยรุ่นที่ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เพื่อยืนยันว่าเรื่องของพวกเขาสามารถเป็นแรงบันดาลใจได้เช่นกัน นอกจากนี้ ซีรีส์ยังสำรวจการเติบโตของหลายตัวละครซึ่งล้วนมีข้อบกพร่องไม่ต่างกัน อย่างเลค เด็กสาวที่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองมากจนไม่กล้าเดตฟีลิกซ์ผู้เป็นเด็กเนิร์ด แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้เสียงหัวใจของตัวเอง หรือพ่อแม่ของวิคเตอร์ที่มีปากเสียงกันบ่อย จนสุดท้ายต้องยอมรับว่าความรักมันไม่พอสำหรับชีวิตคู่จริงๆ 

ซีนหนึ่งที่ฉันชอบที่สุดในเรื่องคือตอนวิคเตอร์รู้ว่าตัวเองชอบผู้ชาย และอยากเรียนรู้เกี่ยวกับกลุ่มคนของตัวเองมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อพบไซม่อน แล้วพบว่าอีกฝ่ายติดธุระ ไซม่อนส่งแบรม (หรือบลู ชายหนุ่มปริศนาที่กลายมาเป็นแฟนของไซม่อนในตอนท้ายของหนัง-ใช่ ทั้งคู่ยังคบกันอยู่) มาหาวิคเตอร์แทน

แบรมเปิดโลกวิคเตอร์ด้วยการพาเขาไปเจอกลุ่มเพื่อนหลากหลายทางเพศที่มีสไตล์แตกต่างกัน ทั้งเกย์ที่มีท่าทางตุ้งติ้งไปจนถึงนักบาสผิวดำประจำทีม NBA ผู้เปิดตัวว่าเป็นเกย์อย่างเปิดเผย 

Love Victor

“เกย์ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเดียวหรอก” แบรมย้ำ และยังเฉลยว่าข้อความที่ไซม่อนส่งไปให้วิคเตอร์ทั้งหมดนั้นมาจากการปรึกษาเพื่อนในกลุ่มเดียวกันหลายๆ คน แม้ตอนแรกวิคเตอร์จะโกรธที่ไซม่อนเอาความลับที่คุยกันแค่สองคนไปบอกอื่น แต่สุดท้ายไซม่อนก็อธิบายให้เข้าใจว่า เพราะทุกคนต่างมีชุดประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป แบรมเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงเลยให้คำปรึกษาเรื่องแฟนผู้หญิงได้ ในขณะที่จัสติน เพื่อนอีกคนเคยมีประสบการณ์เรื่องการอยู่ในครอบครัวเคร่งศาสนา ก็ย่อมให้คำปรึกษาที่ดีกว่าไซม่อนอยู่แล้ว

“เหมือนที่นายบอกฉันในข้อความแรก เราไม่เหมือนกัน เพื่อนทุกคนของฉันก็เป็นจิ๊กซอว์ที่แตกต่าง และมีคำแนะนำที่ต่างกันออกไป…พวกเขาคอยรับฟัง ช่วยเหลือ เชียร์นายอยู่เสมอ สำหรับฉันนั่นเยี่ยมยอดที่สุดเลยนะ การที่เพื่อนทุกคนยอมทิ้งเวลาว่างสุดสัปดาห์เพื่อคอยช่วยเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ เพราะพวกเขารู้ว่านายกำลังผ่านประสบการณ์บางอย่างที่คล้ายกับพวกเขา” ไซม่อนย้ำกับวิคเตอร์

Love Victor

ถึงอย่างนั้น ซีรีส์แสดงให้เราเห็นฉากเปิดตัวของวิคเตอร์กับหลายคนซึ่งได้รีแอคชั่นแตกต่างกันออกไป เพื่อสื่อว่าการเผยตัวตนมันไม่ได้ยากหรือง่ายไปเสียทั้งหมด มันเป็นเรื่องปกติเหลือเกินที่บางคนกล้าบอกเพื่อนแต่ไม่บอกพ่อแม่ หรือบางคนกล้าบอกที่บ้านแต่ไม่บอกให้คนข้างนอกรู้ นั่นเป็นเพราะทุกครั้งเราไม่สามารถกะเกณฑ์สิ่งที่จะตามมาได้เลย

Love, Victor คล้ายย้ำกับเราว่าทุกคนมีสิทธิและจังหวะในการเปิดตัวเสมอ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นใจความสำคัญไม่แพ้กันคือ การประกาศบอกกับโลกว่าฉันอยากซื่อตรงกับตัวตนข้างใน ใช้ชีวิตที่ตัวเองอยากใช้ รูปแบบความรักที่ตัวเองอยากมี มันก็น่าจะดีกว่าการแกล้งเป็นคนอื่นแล้วโดนมองข้ามความรู้สึกในใจทุกวันไม่ใช่หรือ

และเชื่อเถอะว่าสุดท้ายแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่สนับสนุนคุณอยู่ เขาอาจจะไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือครอบครัว แต่เป็นกลุ่มคนที่บอกคุณว่า “ไม่ว่าจะดีหรือแย่ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

เหมือนที่ไซม่อนสนับสนุนวิคเตอร์


ภาพ imdb.com

AUTHOR