37

ทางเดินใหม่ในวงการดนตรีที่ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็มา ของนักร้องสาว WONDERFRAME

สารภาพตามตรงว่าตอนที่เพลง อยู่ดีๆ ก็... ปล่อยออกมาครั้งแรก เราไม่ได้ติดใจหรือคิดอะไรมากไปกว่านี่คือเพลงใหม่ของ WONDERFRAME ศิลปินวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่หลังจากผ่านไป 5 เดือน เราเริ่มแปลกใจที่ทำไมเพลงนี้ยังคงฮิตติดชาร์ตทั้งใน Joox หรือ Spotify ส่วนยอดวิวในยูทูบก็ทะลุ 60 ล้านวิวไปแล้ว เอาเป็นว่าถ้าใครร้องประโยค ‘อยู่ดีๆ ก็หาย’ ไป ใครต่อใครก็ร้องตามต่อได้ทันทีว่า ‘ไลน์ไม่ตอบ '

เรื่องนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องธรรมดา

พอสืบค้นไปดูประวัติของเจ้าของผลงาน เราก็ยิ่งเซอร์ไพรส์เมื่อรู้ว่า WONDERFRAME หรือ เฟรม-ศุภัคชญา สุขใบเย็น คือศิลปินสาวที่เราเคยเชียร์เมื่อครั้งเธอเป็น 1 ใน 8 ผู้เข้าแข่งขันจากเวที The Star 8 ที่ตอนนี้เฟรมกลับมาปรับลุคตัวเองเป็นสาวเท่และเก่งที่เพิ่มสกิลการแต่งเพลงและร้องแร็ปในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

นอกจาก อยู่ดีๆ ก็... และ 555 สองเพลงฮิตที่เฟรมปล่อยออกมาในฐานะศิลปินสังกัด Wayfer Records จะขึ้นไปอยู่บนชาร์ตเพลงได้อย่างยาวนาน การมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองและเลือกทำในสิ่งที่เป็นตัวเองเชื่ออย่างการลงแข่งขันแรปเปอร์ในรายการ Show Me The Money Thailand ก็น่าจะการันตีได้ว่า Wonderframe ไม่ใช่แค่ฉายาที่เฟรมตั้งขึ้นมาเฉยๆ แต่เธออยากพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เด็กสาววัย 23 ปีคนนี้กำลังเผชิญ เราอยากให้ความจริงใจและการไม่ยอมแพ้ในคำตอบที่เฟรมบอกเราช่วยตอบว่าเธอตั้งใจในเส้นทางสายดนตรีที่เธอเลือกแล้วนี้อย่างไร

เส้นทางที่ขอเดินต่อเอง

“พูดตรงๆ ว่าใครก็เฟล ตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าเราทำเต็มที่ ยังมีอีโก้ของความรู้สึกว่าเราก็เก่ง แต่พอมาย้อนดูตัวเองตอนนั้นก็พบว่าเรายังไม่เก่งจริงๆ มันก็เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนั้นเราไม่ประสบความสำเร็จ”

เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการชวนเฟรมมองย้อนกลับไปถึงบทเรียนที่ได้จากการประกวดเวที The Star 8 เมื่อ 6 ปีก่อนที่หลายคนเริ่มรู้จักเธอจากตรงนั้น แต่ด้วยการต้องออกจากรายการเป็นคนแรกและเรื่องราวหลายอย่าง ชื่อของเฟรมจึงไม่ถูกจดจำเท่ากับเพื่อนผู้แข่งขันร่วมรุ่น

“ช่วงที่หายไปเฟรมก็กลับไปเรียนจริงจัง เฟรมเป็นเด็กเนิร์ดนิดนึง เวลาเราทำอะไร เราจะตั้งใจมากและอยากทำให้ดี ก็ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่พอเรียนจบมันก็มีช่วงที่เราว่าง เพื่อนๆ ก็ทำงานกันหมดแล้ว เราก็เจอคำถามว่าจบแล้วจะทำงานอะไร ทำงานที่ไหน” เฟรมเริ่มเล่าให้ฟัง

“ตอนนั้นเรารู้ว่าสิ่งที่เราชอบที่สุดและทำได้ดีที่สุดก็คือการร้องเพลง และถ้าเรายังอยากจะอยู่ตรงนี้ เราต้องทำอะไรสักอย่าง เลยไปลงเรียนคอร์สโปรดิวเซอร์ ถึงจะเป็นเรื่องพื้นฐานของการทำดนตรี แต่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย” เด็กสาวที่เคยผ่านเวทีประกวดร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กยอมรับว่าหน้าที่ของนักร้องที่เธอทำแต่ก่อนคือการร้องเพลงตามที่คนอื่นแต่งมาให้ แต่เมื่อได้ฝึกการแต่งเพลง การทำดนตรี ถึงได้รู้ว่าการทำงานดนตรีจริงๆ เป็นอย่างไร

“เวลาที่เราร้อง เราจะมีความสุขมากในทุกคำ เพราะเราแต่งมันออกมาเอง” เฟรมบอกแล้วยิ้มกว้าง “อีกเหตุผลที่เฟรมต้องไปเรียนทำดนตรีเองเพราะเฟรมไม่อยากนั่งรอให้มีใครมาทำเพลงให้ ถ้ามันจบได้ที่เราคนเดียวก็ดีกว่า ได้ตรงใจเรามากกว่า เวลาที่เฟรมร้องคัฟเวอร์ในยูทูบเฟรมใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเองตั้งแต่อัดเสียง อัดวิดีโอ ตัดต่อ ทุกขั้นตอนเฟรมทำคนเดียว เราเป็นคนขี้เกรงใจด้วย ไม่อยากรบกวนใครเลยทำเองดีกว่า”

ยูทูบเบอร์ในแบบฉบับของตัวเอง

ใครที่ติดตามแชนเนลยูทูบของเฟรมน่าจะเห็นว่าคลิปร้องเพลงคัฟเวอร์ที่เฟรมทำนั้นเยอะและลงถี่มาก แถมเพลงที่เลือกมาร้องก็ยังหลากหลายทั้งเพลงป๊อปแมสๆ ไปจนถึงเพลงเพื่อชีวิตอย่าง มหาลัยวัวชน เฟรมบอกว่าถ้าไปดูคลิปต้นๆ ยังเห็นเลยว่ายอดวิวมีไม่เท่าไหร่ แต่ทำเพราะการร้องเพลงเป็นสิ่งที่อยากทำจริงๆ

“ช่วงแรกยอดวิวน้อยมาก แค่หลักร้อยหรือหลักพัน ทำไปช่วงนึงก็หยุดลงเพราะท้อว่าทำไมคนถึงไม่เห็น แต่ที่บ้านก็ให้กำลังใจ บอกว่าถ้าเรามีความสุขในระหว่างที่เราทำ แค่นั้นเราก็ได้กำไรของเราแล้ว ไม่ว่าคนจะฟังหรือไม่ฟังก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนของเราคือเรามีความสุขก็จบแล้ว” แต่นอกจากความสุขที่ได้ ทักษะการร้องเพลงที่ดีขึเนจากการฝีกร้องเพลงบ่อยๆ คืออีกผลลัพธ์ที่เฟรมได้จากการทำคลิปร้องคัฟเวอร์

อย่างที่หลายคนรู้และเฟรมก็ยอมรับว่าเป็นความบังเอิญที่น่าดีใจ ทันทีที่เฟรมร้องคัฟเวอร์เพลง เฉยเมย ของ Youngohm ก็ทำให้มีคนเข้ามาฟังและกดติตตามแชนเนล WONDERFRAME เยอะมาก และทำให้ชื่อของเฟรมถูกจดจำในฐานะยูทูบเบอร์คนหนึ่ง

“เราทำด้วยความจริงใจ เราจะไม่เป็นคนอื่น บางทีก็มีคนฟังมาคอมเมนต์ว่าอยากให้ร้องเพลงนี้จังเลย แต่เราไม่ชอบอ่ะ ถ้าร้องแล้วไม่ใช่ตัวเรา เราก็ไม่ทำ อยู่ที่ความสบายใจของเรามากกว่า คนฟังหรือคนดูไม่โง่นะ เขาดูรู้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เราอยากทำรึเปล่า ทุกอย่างรู้สึกได้ และถ้าเราจริงใจที่จะทำ เขาต้องเห็นแน่นอน เฟรมคิดว่าสำหรับทุกคน ถ้าทำด้วยความรัก สักวันอาชีพจะตอบแทนเราเอง”

“สำคัญคือต้องมีคอนเซปต์ชัด พูดถึงเรื่องอะไร และเราก็หาวัตถุดิบคือประสบการณ์ของเรามาเขียน"

เพลงเนื้อหาชัดที่หยิบวัตถุดิบจากประสบการณ์ตรง

2 เพลงที่เฟรมแต่งเองทั้ง อยู่ดีๆ ก็... และ 555 ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เฟรมเจอมากับตัว ทั้งนิสัยติดโซเชียล (เฟรมเคลมว่าใครทักไลน์เธอไปจะตอบทันที) ประสบการณ์อกหักแบบ ‘นกๆ’ ที่ใครหลายคนเข้าใจกันดี หรือการพิมพ์ 555 ในแชตที่เป็นเหมือนประโยคปิดบทสนทนาไม่ให้เจื่อน ทำให้เพลงของเฟรมฮิตติดหูและโดนใจวัยรุ่นโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงตั้งแต่มัธยมไปจนถึงมหาวิทยาลัย

“สำคัญคือต้องมีคอนเซปต์ชัด พูดถึงเรื่องอะไร และเราก็หาวัตถุดิบคือประสบการณ์ของเรามาเขียน เวลาเฟรมแต่งเพลง เมโลดี้จะลอยออกมาก่อนและส่วนใหญ่จะได้ท่อนฮุกก่อน เพลงที่ผ่านมาเลยจะขึ้นด้วยท่อนฮุกเลย เหมือนที่เขาบอกว่าทุกเพลงต้องมีวรรคทองให้คนจำได้ นี่ก็เป็นหลักการหนึ่งที่เฟรมใช้” เฟรมย้ำว่าแต่ในเพลงถัดๆ ไปก็จะต้องลองแต่งเพลงที่ดึงจากเรื่องเล่าของคนรอบตัวที่ไกลออกไปบ้าง หรือพูดถึงเนื้อหาใหม่ๆ ที่ไม่ได้เกาะกับแค่กระแสและโซเชียลมีเดีย

ทำฮิปฮอปให้ป๊อปและอยู่ในกระแส

จากเด็กสาวที่เคยใช้เพลง ปลายสายรุ้ง ของวงพาราด็อกซ์ในการประกวด The Star ผู้โดดเด่นเรื่องพลังเสียงและสไตล์ไม่เหมือนใคร ตอนนี้เฟรมกลับมาในชื่อ WONDERFRAME ที่ไม่เพียงจะมีลุคที่สดใสขี้เล่นขึ้น แต่ผลงานการแต่งเพลงและการร้องที่ใช้วิธีการแรปมาใส่ในเพลงป๊อปได้อย่างไม่เขินอาย ผลคือได้เพลงที่มีเนื้อหาติดหู เข้ากับยุคสมัย และใครๆ ก็ร้องตามได้ทั้งเมือง

“ตอนแรกเฟรมก็คิดว่าการร้องแรปเป็นการลองผิดลองถูกของตัวเอง แต่พอมานั่งไล่ดูเพลย์ลิสต์เพลงที่เราฟังในยูทูบ เพลงที่เราฟังตั้งแต่เด็ก พบว่าเราฟัง R&B ฮิปฮอป มาหมดเลย มันคงเป็นพื้นฐานที่เราถูกปลูกฝังมาแต่ยังหาตัวเองไม่เจอ พอเราได้มีเวลากลั่นกรอง เราก็จะเจอตัวเองชัดขึ้นเรื่อยๆ”

เฟรมขยายว่าทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงฮิปฮอป คือการปลุกสัญชาตญาณของเธอในตัวออกมาและทำให้ค้นพบพื้นที่ใหม่ในวงการดนตรีของตัวเอง “ฟังแล้วมันโดน มันใช่ ทุกบีตที่ได้ยินมันใช่และทำให้เราอยากขยับตลอด เรารู้สึกว่าเราชอบ มันเป็นพื้นที่ของเรา แต่เฟรมก็ไม่ใช่สายฮิปฮอปจ๋า เราจะปรับให้มาอยู่ในจุดที่คนฟังฟังง่ายที่สุด เป็นเพลงที่เราชอบครึ่งนึงและคนฟังก็ชอบ มาเจอกันตรงกลางแบบนี้ดีกว่า”

และนี่เป็นเหตุผลที่เฟรมตอบข้อสงสัยของเราว่าในเมื่อเธอก็เป็นศิลปิน มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก มีเพลงฮิตติดหูอยู่แล้ว ทำไมยังต้องลงไปแข่งชันแรปเปอร์ในรายการ Show Me The Money Thailand อีกด้วย

“เฟรมไม่ได้คิดจะไปลงแข่งนะ แต่เฟรมตั้งใจไปพัฒนาตัวเอง เฟรมอยากไปเจอคนที่ชอบอะไรเหมือนเรา อยากรู้จักว่าวิธีคิด วิธีทำงานเขาเป็นยังไง” เฟรมตอบ “อย่างที่มีคนมาคอมเมนต์ว่ากลับไปร้องเพลงเถอะ มาแรปทำไม ก็เฟรมเคยแข่งร้องเพลงมาแล้วและอยู่กับการร้องเพลงมานานแล้ว เฟรมก็อยากหาอะไรใหม่ๆ มาพัฒนาตัวเองบ้าง แต่เราเองก็ยอมรับและรู้ตัวว่าไม่ได้เก่งจริงๆ เราไปอย่างก๊งๆ แต่เราก็พยายามทำเต็มที่นะ”

ภาพจำของวงการฮิปฮอปและแรปเปอร์ที่เราคุ้นชินคือพื้นที่ของผู้ชายตัวใหญ่เสียงใหญ่ ใส่เสื้อโอเวอร์ไซส์ และการร้องเพลงที่ต้องใช้คำหยาบคาย จนเราสงสัยว่าเมื่อผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเฟรมเข้าไปอยู่ในแวดวงนี้ สิ่งที่เราคุ้นเคยจะเหมือนหรือต่างกับที่เธอเจอมาเองยังไงบ้าง

“ความเป็นจริงที่เจอคือพี่เขาต้อนรับเรามากๆ เห็นพี่เขาหน้าดุๆ แต่ทุกคนใจดีและจริงใจมาก เฟรมรู้สึกว่ามันเรียลและเราแฮปปี้ เขาจะเทคว่าเราเพิ่งมาใหม่เลยจะสอนมากกว่า หรืออย่างผู้เข้าแข่งขันด้วยกันก็มาสอนกันเอง คนที่แรปเก่งๆ เขาอาจจะร้องเพลงไม่ได้ ก็มาช่วยกันเติม หรือเฟรมร้องเพลงได้แต่แรปไม่ค่อยดี เขาก็มาช่วยว่าสัดส่วนควรเป็นยังไง เรามาช่วยเหลือกันมากกว่า”

“วงการนี้จริงใจมาก คำว่าเพื่อนสำคัญมาก อย่างเฟรมรู้จัก Youngohm เขาเป็นคนน่ารักมาก เฟรมขอบคุณโอมตลอด ถ้าไม่มีเพลงของโอมเฟรมก็ไม่มีวันนี้ โอมเหมือนเป็นสปอตไลต์ส่องให้เฟรม แล้วโอมไม่เคยมาทวงบุญคุณอะไรเลย คือเพื่อนกัน ให้ช่วยอะไรได้ตลอด” เฟรมบอกเราถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการลงไปเจอสนามทดลองทางดนตรีใหม่ของตัวเอง

เป็นตัวเองที่ไม่หยุดพัฒนา

ระหว่างที่คุยกัน เราได้ยินเฟรมพูดคำว่า ‘เรายังไม่เก่ง ยังต้องพัฒนาอีกเยอะ’ ไม่ต่ำกว่าสามครั้ง สิ่งนี้ยืนยันได้ว่าเลือดนักสู้จากการลงแข่งประกวดตามความฝันของเฟรมตั้งแต่เด็กๆ ยังคงอยู่ในตัวครบถ้วน

“เฟรมอยากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังต่อสู้เพื่อความฝันตัวเอง เฟรมแข่งร้องเพลงมาเราก็เห็นเยอะว่ามีหลายคนที่เขายอมแพ้ไปก่อน ช่วงนึงเฟรมก็ท้อ แต่เฟรมฮึดขึ้นมา อยากให้ทุกคนฮึด แค่เราอาจจะต้องทำอะไรเหนื่อยกว่าคนอื่น เยอะกว่าคนอื่น แต่ค่าตอบแทนคือความสุขที่ได้กลับมามันคุ้มแน่นอน”

แต่การเป็นศิลปินก็ใช่ว่าจะได้รับแต่ดอกไม้เสมอไป กระแสหลังจากที่เฟรมไปแข่งขันในรายการ Show Me The Money Thailand ในอีพีแรกมีฟีดแบ็กแง่ลบตามมาไม่น้อย และเหมือนจะเป็นบทพิสูจน์เส้นทางนี้ของเฟรมอีกครั้ง

“พูดตรงๆ เราเองก็เสียใจ สิ่งที่จะรับมือได้คือไม่อ่าน ไม่รับรู้ เพราะเฟรมเป็นคนเซนซิทีฟกับเรื่องพวกนี้มาก บางคนเขาวิจารณ์เราอย่างไม่มีเหตุผลจนเราคิดว่านี่เราห่วยขนาดนั้นเลยเหรอ แต่เราก็ต้องกลับมาดูตัวเอง เราจะทำให้ตัวเองดีขึ้นเรื่อยๆ เฟรมจะอยู่ถึงรอบไหนไม่มายด์เลย สำคัญคือเฟรมอยากพัฒนาตัวเอง เราชอบฟังแรป และเราก็อยากแรปให้ออกมาดีด้วย” ศิลปินสาวตอบเราด้วยสายตาจริงจัง

“กลัวไหมว่าความดังของเราในตอนนี้จะเป็นแค่กระแสชั่วคราว จะทำยังไงให้เรารักษาสิ่งนี้ต่อไปได้” เราโยนคำถามสุดท้ายให้เด็กสาวที่กำลังอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้และก้อนหิน

“ตอนเพลง 555 เฟรมกังวลมากเพราะเพลงแรกเราทำมาตรฐานไว้สูงมาก จะทำยังไงให้ดีขึ้นหรืออย่างน้อยก็เท่าเดิม ถ้ากดดัน เราก็ไม่มีความสุขและไม่อยากทำ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือนำเสนอความเป็นตัวเองออกมา ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ขัดกับสิ่งที่เฟรมชอบ ต่อให้มีศิลปินเยอะแค่ไหนก็จะไม่มีใครเหมือนเฟรมและเฟรมก็จะไม่เหมือนใครด้วย”

“WONDERFRAME คือตัวเฟรมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และเฟรมอยากให้คนรักเฟรมที่ตัวเฟรมเป็นอย่างนี้” เด็กสาวตรงหน้ายืนยันกับเราอย่างจริงจังและจริงใจ

Facebook | WonderFrame
YouTube | wonderframe

ภาพ ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ

ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต

บรรณาธิการเว็บไซต์ adaymagazine.com ชอบใช้เวลาว่างไปกับการเที่ยวเล่นในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีเป้าหมายคือต้องไปต่างประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง กำลังสนใจและพยายามศึกษาเรื่องเมืองๆ คู่ไปกับศิลปะ และหลอมสองอย่างนี้เข้ามาอยู่ด้วยกัน

ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ

ช่างภาพนิตยสาร a day ที่เพิ่งมีพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มใหม่ชื่อ view • finder ออกไปเจอบอลติก ซื้อสิ ไปซื้อ เฮ่!

related post