17

‘ทำไมฉันเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน’ ความลึกลับของเดจาวูกับโลกที่เลื่อนหลุด

เคยรู้สึกเหมือนกับประสบเหตุการณ์บางอย่างมาก่อน ทั้งที่จริงๆ ไม่เคยเจอเหตุการณ์นั้นเลยมั้ยครับ บางครั้งก็รู้สึกชัดเจนเหมือนว่าเคยเห็นโลกรอบตัวในลักษณะนี้มาแล้ว แต่กลับนึกไม่ออกว่าเห็นที่ไหนและเมื่อไหร่

ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลานี้เรียกว่า ‘เดจาวู (Déjà Vu)’ เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘เคยเห็นมาแล้ว’

คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของปรากฏการณ์เดจาวูยังเป็นเรื่องปลายเปิดที่ไม่มีคำตอบชัดเจนนัก แต่นักวิทยาศาสตร์ล้วนเห็นพ้องต้องกันว่ามันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับสมอง ไม่ใช่เรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด อย่างน้อยๆ เดจาวูก็ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่ช่วยให้เราทำนายอนาคตได้ แม้เราจะรู้สึกเหมือนเคยเห็นสิ่งนั้นมาแล้วก็ตาม

แม้ปรากฏการณ์นี้จะดูจับต้องได้ยาก แต่นักวิทยาศาสตร์กลับทำการทดลองจนสาวไปถึงต้นกำเนิดของมันได้แล้วในระดับหนึ่ง

Akira O’Connor นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ (University of St Andrews) สหราชอาณาจักร เป็นหนึ่งในผู้ที่พยายามทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้

เขาอ่านกลุ่มคำที่มีความเชื่อมโยงกันให้อาสาสมัครฟัง แต่จะไม่อ่านคำบางคำ เช่น อ่านคำว่า pillow (หมอน), dream (ฝัน), night (กลางคืน) ฯลฯ แต่จงใจไม่อ่านคำว่า sleep (นอนหลับ) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคำอื่นๆ อย่างชัดเจน

จากนั้นเขาทำการทดลองถามอาสาสมัคร 2 รอบ

รอบแรกถามว่า เมื่อสักครู่ได้ยินคำที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร s หรือไม่ แน่นอนว่าอาสาสมัครตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้ยิน

แต่คำถามต่อมาคือการถามว่าได้ยินคำว่าอะไรบ้าง พอถามไปถามมา อาสาสมัครกลับรู้สึกคุ้นๆ ว่าได้ยินคำว่า sleep

กล่าวได้ว่าการทดลองง่ายๆ นี้กระตุ้นให้คนเราเกิดประสบการณ์เดจาวูขึ้นมาได้!

ที่น่าสนใจคือการทดลองไม่ได้จบลงแค่นั้น เพราะระหว่างที่อาสาสมัครเกิดอาการเดจาวูกับคำว่า sleep นักวิจัยได้อ่านคลื่นสมองของอาสาสมัครด้วยเครื่อง fMRI (functional magnetic resonance imaging) เพื่อดูว่าสมองส่วนไหนทำงานขณะเกิดเดจาวู

ในตอนแรกนักวิทยาศาสตร์คาดว่าสมองส่วนความทรงจำสักแห่งน่าจะรับผิดชอบต่ออาการเดจาวู แต่ผลลัพธ์ที่ได้ผิดกับที่คาดการณ์ไว้เพราะพบว่าสมองส่วนความทรงจำนั้นเงียบกริบ ไม่มีการส่งสัญญาณประสาทใดๆ มากขึ้น แต่สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจกลับมีการส่งกระแสประสาทอย่างขวักไขว่

พูดง่ายๆ ว่า เดจาวูเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสมองส่วนการตัดสินใจ ไม่ใช่ความทรงจำ

คำอธิบายที่เป็นไปได้คือ สมองส่วนการตัดสินใจนั้นทำหน้าที่ตรวจสอบความทรงจำของเราเพื่อมองหาจุดไม่ชอบมาพากลเวลาเรารื้อฟื้นความทรงจำ และเมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง จึงทำให้เกิดอาการเดจาวู

ทีมนักวิจัยเชื่อว่า การเกิดเดจาวูเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ว่าสมองส่วนการตัดสินใจที่คอยตรวจสอบยังทำงานได้ดีอยู่ ทฤษฎีนี้สอดคล้องกับการที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าคนวัยหนุ่มสาวนั้นมีโอกาสเกิดเดจาวูได้มากกว่าคนที่อายุมาก เพราะระบบตรวจสอบในสมองของคนอายุมากๆ ทั้งหลายนั้นอาจจะเริ่มทำงานน้อยลงแล้ว ดังนั้นผู้สูงอายุจึงไม่ค่อยเกิดอาการเดจาวูและมีการจำอะไรผิดพลาดบ่อยๆ

แต่ในอีกแง่หนึ่ง คนที่ไม่รู้สึกถึงเดจาวูก็อาจมีระบบสมองที่ดีมากเพราะระบบตรวจจับทำงานได้ดีจนไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรจึงไม่เกิดเดจาวู

ความจริงเป็นเช่นไรกันแน่ยังไม่มีใครรู้ คำอธิบายทั้งหลายที่กล่าวมานี้ยังต้องการการทดลองหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจะนำมาซึ่งข้อสรุปที่ชัดเจนรัดกุมจริงๆ

ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าใช่แล้วด่วนสรุปไปเอง

อ้างอิง newscientist.com, sagepub.com

ภาพประกอบ ณัชณิชา วงษา

อาจวรงค์ จันทมาศ

เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผู้ใช้เวลาว่างในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ด้วยการบรรยายและเขียนอยู่เสมอ โด่งดังจากการเป็นแฟนพันธุ์แท้นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก มีผลงานพ็อกเก็ตบุ๊ก จริงตนาการ และ ดอกไม้ไฟในเอกภพ เขายังเป็นพิธีกรรายการแนววิทยาศาสตร์ จัดรายการวิทยุออนไลน์ Witcast เล่าเรื่องวิทยาศาสตร์แนวตลกโปกฮาร่วมกับ แทนไท ประเสริฐกุล และอัพเดทเรื่องสนุกๆ ในสายตาเด็กวิทย์เป็นประจำ

ณัชณิชา วงษา

เด็กฝึกงาน ผู้เรียนบริหารธุรกิจ แต่ฝึกงานที่ a day ทำได้หลายอย่าง แต่สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือ กินชาบู ปิ้งย่าง บิงซู เรียนอยู่สถาบันชื่อดังย่านพัฒนาการ เบื้องหน้าเป็นเด็กฝึกงาน เบื้องหลังคืออดีตซีอีโอของแบรนด์ลุงรอด ผู้รักการขายทุเรียนทอดเป็นชีวิตจิตใจ

related post