129

Azores : หมู่เกาะธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลาง 3 ทวีป

ว้าววว!!! เคยตะโกนตื่นเต้นออกมาดังๆ ครั้งล่าสุดกันตอนไหนเหรอ

สำหรับเราเพิ่งตะโกนไปเมื่อไม่นานมานี้เอง หลังจากที่เห็นว่าสถานที่ที่ใฝ่ฝันไว้หลายเดือนจะโผล่ขึ้นมาให้เห็นผ่านดวงตา ทะลุเข้าสมอง แล้วผ่านกลับมาทางรอยยิ้มและเสียงตะโกนดีใจว่า ว้าววว!!! คราวนี้ไม่ได้ดังจากเราคนเดียว มีเสียงดังมาจากเพื่อนๆ ที่ไปพร้อมกันด้วยน่ะสิ :D

ปกติปีนึง เราจะออกเดินทางไกลๆ สักครั้ง ปีนี้เราบินมาถึงประเทศโปรตุเกส สารภาพตามตรงว่าเดิมทีโปรตุเกสไม่ได้อยู่ในหัวสมองเราเลยตลอดเกือบ 29 ปีที่เกิดมา โจทย์ของเราที่นึกไว้คือจะมีสถานที่ไหนบ้างที่พูดขึ้นมา คนรอบตัวเราจะตั้งคำถามว่ามันคือที่ไหนเหรอ? เราเลยหาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนเจอภาพหนึ่งที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของทริปนี้

พูดมานาน ลืมบอกเลยว่าเรากำลังไปอะโซร์ส (Azores) หรืออควอเรส (Acores) ใครจะไปคิดว่าใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติกอันกว้างใหญ่ไพศาลจะมีหมู่เกาะหนึ่งที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาและทวีปแอฟริกา เป็นหมู่เกาะที่มีเกาะต่างๆ กระจายกันถึง 9 เกาะ มีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมจะเป็นแนวธรรมชาติ เช่น การเดินป่า ชมน้ำตก แช่บ่อน้ำร้อน ล่องเรือดูปลาโลมาและวาฬหลากหลายสายพันธุ์ หรือชมแหล่งผลิตชาที่ใหญ่สุดในยุโรป

ครั้งนี้เราเลือกบินมาที่เกาะเซาท์มิเกล (São Miguel) เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรชาวอโซเรี่ยนก็อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้ การเดินทางภายในเกาะที่สะดวกสุดคงจะเป็นการเช่ารถขับ เพราะไม่ได้มีรถโดยสารประจำทางไว้คอยบริการ

บึ้งงงงง! เสียงกระแทกของล้อเครื่องบิน Ryanair กับลานสนามบิน Ponta Delgada บอกให้เรารู้ว่าตอนนี้เรามาถึงเกาะเซาท์มิเกลเป็นที่เรียบร้อยปลอดภัย ลืมตามาอีกที สายตาก็มองลอดออกไปนอกหน้าต่างท้องฟ้าแจ่มใสสีน้ำเงินเข้ม แดดแรงเปรี้ยง รู้ได้ทันทีว่าวันนี้เป็นวันของพวกเราชัดๆ ปกติที่ Azores อากาศจะแปรปรวนกะทันหันยากเกินคาดเดา เพื่อนที่เคยมาบอกกับเราว่าอยู่ดีๆ ฝนจะตกก็ตก หมอกจะโผล่ก็โผล่จนมองถนนหนทางแทบไม่เห็น ดังนั้นอากาศแบบนี้แหละบอกเลยว่าต้องรีบไปดูความงดงามของที่นี่กัน

เราดีดตัวออกจากเตียงนอนที่ส่งเสียงแอ๊ดๆ ตลอดทุกการขยับตัว แล้วรีบไปปลุกเพื่อนๆ ให้รีบเตรียมตัวเที่ยว เราและเพื่อนๆ รวม 8 ชีวิตกำลังนั่งรถตู้มุ่งหน้าสู่เซเท ซิดาเดส (Sete Cidades) ช่วงที่เราไปดอกไฮเดรนเยียกำลังบานมีสีสันสวยงามดูเพลินไประหว่างนั่งรถ ด้วยความที่เป็นเกาะที่อยู่ระหว่างสามทวีปใหญ่และอยู่กลางมหาสมุทรเลยทำให้พืชพรรณ ธรรมชาติที่นี่ค่อนข้างแปลกตา อุดมสมบูรณ์ และด้วยจำนวนสายการบินที่เปิดให้บริการยังไม่มากนักก็เป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวแบบอ้อมๆ ในปี 2009 ยูเนสโกยังยกย่องให้ที่นี่เป็น Biosphere Reserve เอาไว้ด้วย พูดเสร็จก็รีบสูดหายใจกันเยอะๆ ฟื้ดๆ

จุดชมวิวแรกคือจุดชมวิววิสต้า เดอ รอยด์ (Miradouro da Vista Do Rei) จากจุดนี้เราจะเห็นทะเลสาบสองสีด้วยกันคือสีน้ำเงินและสีเขียว ในตำนานเล่าว่า เมื่อนานมาแล้วมีคนเลี้ยงแกะและเจ้าหญิงได้ตกหลุมรักกัน แต่ความรักทั้งสองกลับโดนกีดกันจากครอบครัว ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองพบกันต่างฝ่ายต่างร่ำไห้ น้ำตาของคนเลี้ยงแกะกลายมาเป็นทะเลสาบสีน้ำเงิน และน้ำตาของเจ้าหญิงกลายมาเป็นทะเลสาบสีเขียว

เรากับเพื่อนๆ เริ่มเสียงดังใส่กันพอสมควร "ถ่ายให้หน่อย!" "ถ่ายด้วย!" "ขออีกรูป!" เพื่อให้เสียงเบาลง เราเลยสตาร์ทรถมุ่งหน้าสู่จุดเทรกกิ้ง ค่อยๆ ลัดเลาะขึ้นเขา รถค่อยๆ ไต่ขึ้นที่สูงจนเรามองเห็นวิวทะเลสาบเวอเด่ (Lagoa Verde) และทะเลสาบเออซูล (Lagoa Azul) สีเขียวน้ำเงินสวยงาม

เราเริ่มเดินที่จุดเทรกกิ้ง Mata do Canário Sete Cidades เป็นเส้นทางความยากระดับปานกลาง ใช้เวลาเดินไปกลับอยู่ที่ 6 - 7 ชั่วโมง เราเริ่มเดินกันตอนใกล้เที่ยง เสียงโครกครากในท้องบอกกับเราว่าให้เตรียมอาหารกลางวันให้พร้อม ขนมปัง อาหารว่าง น้ำเปล่า ยัดลงกระเป๋า สองเท้าเดินไปข้างหน้า ค่อยๆ ลัดเลาะขึ้นไปตามทางเดิน ระยะทางที่สูง หนทางที่ไกล ไม่แตกต่างกับการเจอคนที่เราตกหลุมรัก ใจเต้นแรงพอกัน ต่างกันตรงที่เดินทางไกลมักมีเหงื่อซึมๆ ออกมาเพิ่มก็เท่านั้น

เรามองเห็นทะเลสาบซานติอาโก (Lagoa de Santiago) สีเขียวมรกตสวยงามอยู่ข้างในปากปล่องภูเขาไฟที่สงบลงแล้ว นี่เป็นไฮไลต์หนึ่งของเส้นทางเทรกกิ้งนี้ จนถึงเวลาอันควร เราหาจุดเหมาะๆ นั่งกินข้าวเที่ยงและแวะเข้าห้องน้ำธรรมชาติ อาหารอร่อยอย่างมีนัยสำคัญจากความเหน็ดเหนื่อย เพื่อนร่วมทาง และวิวธรรมชาติทำให้อาหารมื้อนั้นถูกปรุงกลมกล่อมเป็นพิเศษ ด้วยเวลาอันจำกัด เราเดินกลับไปจุดเริ่มต้นเพื่อนั่งรถไปดูอีกมุมหนึ่งที่พาเราเดินทางข้ามมหาสมุทรมายังเกาะแห่งนี้ จุดชมวิวเดอ อินเฟอโน (Miradouro de inferno)

ถ้าถามว่ามุมนี้กับมุมเมื่อสักครู่อะไรสวยกว่า คงตอบสั้นๆ ว่า ว้าววว!!!

Azores

how to get there: ง่ายสุดเห็นจะเป็นการเดินทางด้วยเครื่องบิน มีหลากหลายสายการบินให้เราเลือกตามกำลังทรัพย์ของเรา (Air Berlin, Arkefly, easyJet, Jetairfly, Primera Air, Ryanair, SATA Air) พอไปถึง แนะนำว่าเช่ารถยนต์ส่วนตัวขับจะสะดวกที่สุดเพราะเกาะนี้ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป ขนาดกำลังพอดีในการเที่ยวรอบเกาะสบายๆ แถมไม่ต้องกลัวหลงทางด้วย
note: ถ้าใครมีเวลาประมาณ 3 - 4 วัน เราแนะนำให้เที่ยวให้ครบทั้งเกาะเซาท์มิเกล (São Miguel) แต่ถ้ามีเวลามากกว่านั้นลองมองดูเกาะอื่นๆ ของอะโซร์ส เช่น พิโก (Pico) ฟลอเรส (Flores) ไม่น่าผิดหวังนะครับ

map

ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย

ภาคภูมิ โชติขุนทด

เภสัชกรทำหน้าที่ส่งมอบยาให้กับคนไข้ผ่านอาชีพผู้แทนยา งานอดิเรกคือฟังเพลงผ่านคลื่น Cat Radio ท่องเที่ยวต่างประเทศปีละ 1-2 ครั้ง ยิ่งได้ไปในสถานที่ที่คนไม่ค่อยไปจะยิ่งชอบเป็นพิเศษ ชอบสะสมฟิกเกอร์วันพีช และชอบดูผู้คนเดินผ่านไปมาเรื่อยๆ สนุกดี