08

The Chanchila ภพหน้ายังมาไม่ถึง : อยากกลับไปแก้ไขอดีตกันจริงๆ หรือ?

เขียนบทและกำกับการแสดง: ศรชัย ฉัตรวิริยะชัย
สถานที่: Syrup The Space

แม้จะไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปชมละครโรงเล็กสักเท่าไหร่ (ที่จริง ละครเวทีโรงใหญ่ก็แทบไม่เคยเช่นกัน) แต่เมื่อเห็นประโยคโปรโมตของละครเวทีเรื่อง The Chanchila ภพหน้ายังมาไม่ถึง ที่ว่า 'บางที การค้นหาความหมายของชีวิตอาจเริ่มต้นเมื่อคุณ...ตายแล้ว' นั้นสะกิดใจเราอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าเราตายแล้ว ยังจะต้องการค้นหาอะไรกันอยู่อีกเล่า ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ละครเวทีเรื่องนี้จะพาเราไปค้นหาต้องไม่ธรรมดา ถึงขนาดว่าตายไปแล้วก็ยังไม่เลิกใคร่ครวญถึง ความน่าสนใจดังกล่าวเลยดึงให้ลองนำตัวและตาเข้าไปสัมผัสรับรู้กันถึง Syrup The Space พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะอเนกประสงค์แห่งใหม่ย่านทองหล่อ สถานที่แสดงละครเวทีเรื่องนี้นั่นเอง

เรื่องราวของThe Chanchila เกิดขึ้นที่ชานชาลารถไฟแห่งหนึ่งซึ่งไม่ใช่ชานชาลาธรรมดา แต่ 'ชานชิล่า' ชื่อของชานชาลาแห่งนี้ จะนำพาวิญญาณผู้ไร้ลมหายใจในโลกมนุษย์ให้เดินทางต่อไปยังนรกหรือสวรรค์ เพียงขึ้นรถไฟไปตามขบวนที่ปรากฏอยู่บนตั๋วที่ได้รับเมื่อตายลง รถไฟก็จะนำคุณไปสู่จุดหมาย เพียงแต่ วิชิต (ชัยภัทร ปิติสุตระกูล) กลับเป็นวิญญาณที่เบื้องบนก็ยังไม่รู้ว่าต้องส่งไปที่ไหน เพราะชีวิตที่ผ่านมาของวิชิตไม่เคยตัดสินใจทำอะไรเลย ร้อนถึง เลกาโร่ (ณภัทร เกียรติกวานกุล) ภูตสวรรค์ตนหนึ่งที่ส่งมาช่วยวิชิตค้นหาความหมายของชีวิตที่ผ่านมา แต่กับคนที่เติบโตมาโดยคอยให้สังคมและคนรอบข้างกำหนดชะตาชีวิตอย่างวิชิต ความหมายของชีวิตที่มีแต่เรื่องไร้แก่นสารนั้นอยู่ตรงไหนกัน

ละครพาเราไปรู้จักชีวิตของวิชิตตั้งแต่ 7 ขวบ ผ่านช่วงชีวิตมัธยม เหตุการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัย ไล่มาจนถึงเติบใหญ่ มีครอบครัวและหน้าที่การงานมั่นคง ผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตมาหลายครั้ง ซึ่งศรชัย ฉัตรวิริยะชัย ผู้กำกับเรื่องนี้ก็เลือกโยนคำถามอย่าง 'คนเราเกิดมาทำไม' และ 'คนเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร' ผ่านเหตุการณ์สำคัญของวิชิตใส่คนดูอย่างแนบเนียน เพราะทุกเรื่องล้วนเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะเคยผ่านมาก่อน หลายครั้งเราจึงเห็นภาพตัวเองทับซ้อนกับวิชิต เรื่องกระจิดริดสุดปัจเจกจึงกระแทกใจได้อย่างมหาศาล ตลอดระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงที่นั่งดูจึงอบอวลไปด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างให้กำลังใจวิชิตและขบคิดถึงชีวิตตัวเองในอดีตไปด้วย หลายคำพูดหลากคำถามของ The Chanchila ชวนสะอึกอยู่บ้าง และก็ไม่ใช่ประโยคที่ต้องตลบตะแลงตีความใหม่ให้วุ่นวาย อย่างการที่เราเลือกเรียนคณะนี้เพราะแม่อยากให้เรียน? หรือที่เราเข้าร่วมวงประท้วงเพราะมันเท่ดี?

แม้รอบที่เราดูจะมีสิ่งรบกวนให้ชวนจิตหลุดอยู่บ่อยๆ ทั้งเสียงโหวกเหวกของเด็กเล็กที่ผู้ชมพาเข้ามาด้วย (แต่ผ่านไปประมาณ10 นาที ผู้ชมคนนั้นก็อุ้มเด็กน้อยออกไปครับ) อัฒจันทร์ที่นั่งชมไม่สบายนัก หรือกระทั่งการแสดงของนักแสดงบางคนยังผิดพลาดอยู่เป็นระยะ ทั้งพูดผิดหรือการต่อบทระหว่างกันที่ไม่ราบรื่น แต่การแสดงก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เชื่อว่ารอบการแสดงหลังๆ ยิ่งน่าจะไหลลื่นกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้น ความสนุก มุกตลก และเรื่องราวที่ไหลไปตั้งแต่ต้นจนจบก็ชวนติดตามจนให้อภัยกับปัญหาจุกจิกเล็กน้อยเหล่านั้นไปได้

นอกจาก เม้ง ชัยภัทร และบี ณภัทร สองนักแสดงหลักที่แบกรับละครแทบจะตลอดทั้งเรื่องและก็สามารถพาไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างน่าชื่นชม ชวนให้เชื่อว่านี่คือบุคคลเพิ่งตายกับภูตสวรรค์ผู้มาช่วยจริงๆ แล้ว ส่วนตัวเรายังชอบการแสดงของ เจได-นพรุจ ศรหุนะ ที่รับบทเป็นศฐา เพื่อนวัยเด็กของวิชิต (และยังรับบทเป็นวิชิต ตอนเรียนอยู่ปี 4 และเป็นรุ่นน้องของวิชิตในคณะเมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัยด้วย) เราได้กลิ่นความเขินอายบนเวทีของเจไดกระจายออกมาจากตัวเขา แต่มันกลับเคี่ยวผสมเข้ากับคาแรกเตอร์ศฐาจนดูโดดเด่นทีเดียว และเมื่อเจไดต้องเล่นเป็นวิชิต เขาก็ขโมยคาแรกเตอร์ที่สุดสโลว์ไลฟ์ไม่ยี่หระอะไรของวิชิตมาได้อย่างชัดเจน สะบัดเอาความเป็นศฐาออกไปสิ้น เจไดจึงเป็นนักแสดงอีกคนที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมี ครูทอมคำไทย (ผู้เขียนหนังสือ สุนทรภู่ไม่ได้เป่าปี่ พระอภัยมณีไม่ใช่คนระยอง กับสำนักพิมพ์ a book นี่เอง) ร่วมแสดงในบทคนจรจัดด้วย แม้จะออกเวทีไม่ถี่นัก แต่ทุกครั้งที่ครูทอมออกมาก็มักทำให้เราตื้นตันเสมอ คนอะไรทำได้ไปหมดทุกอย่าง เป็นครูสอนภาษาไทย เป็นพิธีกรก็ได้ เป็นนักแสดงก็ได้ เป็นคนคุณภาพที่น่าอิจฉาอีกคนหนึ่งเท่าที่เรารู้จักมา

ถึงจะเสียดายนิดหน่อยที่เรื่องราวของThe Chanchila ยังราบเรียบไปนิดและการแก้ปมในตอนจบก็ดูง่ายไปหน่อยแต่เรื่องราวระหว่างทางที่ละครพาเราเดินไปด้วยนั้นก็ยังสนุก ชมละครจบอาจไม่ถึงกับให้ผู้ชมครุ่นคิดถึงความหมายของชีวิตได้ (อันที่จริงก็เป็นโจทย์ยากอยู่เหมือนกัน เพราะถึงคนเราจะมีโอกาสตายวันตายพรุ่งได้ในทุกวินาที ก็คงไม่เลือกที่จะมาค้นหาความหมายของชีวิตกันสักเท่าไหร่) แต่อย่างน้อย ละครก็พาเราย้อนกลับไปดูตัวเองว่าที่ผ่านมาเคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองบ้างหรือไม่ เคยลงมือทำอะไรอย่างตั้งมั่นบ้างไหม เคยฝันอะไรแล้วไปถึงบ้างหรือเปล่า และเส้นทางที่กำลังก้าวเดินอยู่ตอนนี้ เราเป็นคนเลือกมันเองจริงๆ ใช่ไหม

เพราะชีวิตคนเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ อีกอย่าง ถ้าเราทำทุกวัน ทุกเหตุการณ์ในชีวิตให้สมดังที่ตั้งใจ แม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นดังหวัง แต่เมื่อสิ่งนั้นมันเกิดเพราะเราเลือกที่จะทำแบบนั้นแล้ว เรายังจะอยากกลับไปแก้ไขอดีตที่เราเลือกเองอย่างนั้นหรือ?

The Chanchila ภพหน้ายังมาไม่ถึง ยังคงจัดแสดงที่ Syrup The Space อาคารลิเบอร์ตี้พลาซ่า ซอยทองหล่อวันที่ 6 - 8 / 13 - 15 / 20 - 22 มกราคมนี้ รอบ 19.30 น. (วันเสาร์และอาทิตย์เพิ่มรอบ 14.30 น.) สามารถสำรองที่นั่งได้ที่เพจ Monkey Army Theatre

นัท ศุภวาที

อดีตเป็นครีเอทีฟ ปัจจุบันเป็นโซเชียลมีเดียไดเรคเตอร์ พ่วงกับการเป็นนักเขียนไปด้วย มีหนังสือกับสำนักพิมพ์ a book มาสองเล่มคือ อยู่ญี่ปุ่นอย่างหมาป่า และ แขกรับเชิญ และคิดจะมีหนังสือต่อไปเรื่อยๆ ตราบที่ที่นิ้วยังจิ้มคีย์บอร์ดไปพร้อมกับออกเดินทางไหว ชอบเดินสยาม กินชานมไข่มุก และนั่งพูดคุยกับใครสักคนยามค่ำคืน

related post