18

ไม่มีอะไรจะพูด : ปากไม่ตรงกับใจ ไหนบอกไม่มีอะไรจะพูด!

กำกับละครเวที: วิชย อาทมาท
เขียนบทละคร: คำ ผกา, โตมร ศุขปรีชา, วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, ประจักษ์ ก้องกีรติ, รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค
สถานที่แสดง: Crescent Moon Space โรงละครพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดี พนมยงค์

เราคงเคยเห็นศิลปะคอลลาจกันมาบ้าง เอกลักษณ์ของมันคือการตัดรูปภาพนู่นนี่มาปะติดปะต่อกัน แล้วถ้ากระบวนการนี้เกิดขึ้นกับละครเวทีล่ะจะเป็นอย่างไร

เบส-วิชย อาทมาท เจ้าของผลงานกำกับละครเวที บ้าน cult เมือง cult และ เพลงนี้พ่อเคยร้อง กลับมาอีกครั้งพร้อมละครเวที ไม่มีอะไรจะพูด ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นละครคอลลาจทุกกระบวนการ ตั้งแต่โปสเตอร์ เนื้อเรื่อง เนื้อหา ไปจนถึงขั้นตอนเขียนบทเลยทีเดียว เสน่ห์ของละครเวทีเรื่องนี้จึงเป็นการผสมผสานวัตถุดิบหลายอย่างเข้าด้วยกันอย่างเหนือชั้น ประหลาดและแหวกแนวเกินจินตนาการไปหลายตลบ

ต้นเหตุแห่งความหลากหลายเริ่มต้นจากเบสมอบโจทย์ให้มือเขียนบทละครเวทีหน้าใหม่ 5 คนจากวงการนักคิดระดับท็อปอย่าง คำ ผกา, โตมร ศุขปรีชา, วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และประจักษ์ ก้องกีรติ พวกเขาต้องเขียนบทละครที่ล้อกับนวนิยายญี่ปุ่นสุดคลาสสิกเรื่อง ราโชมอน ให้กับนักแสดงที่กำหนดมาอีกทีหนึ่ง และมอบหมายต้องเขียนให้เป็นบทละครสำหรับเล่นแยก 2 ห้องได้ด้วย เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากได้บทละครทั้ง 5 เรื่องมา เบสก็ให้ อุ้ย-รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค เขียนล้อบทละครนี้อีกที ก่อนที่เบส ผู้กำกับและควบคุมบทจะร้อยเรียงบทละครทั้งหมดไว้ด้วยกันจนเกิดเป็นละครที่เล่าเรื่องเป็นตอนๆ สลับไปมาเกี่ยวกับ 'ประเทศเจริญแล้ว' และการตามล่าสัตว์ในตำนานอย่าง 'หอยสุมอย'

เนื่องด้วยบทละครเกิดจากการผสมผสานหลายบทหลากความคิด เนื้อหาที่พูดถึงจึงแฝงประเด็นไว้มากมายเช่นกัน ชวนให้ผู้ชมคิดถึงประเทศบ้านเกิดที่เต็มไปด้วยการคอลลาจตัดแปะ ไม่ว่าจะรัฐมารที่กักขังประชาชนไว้ในหุบเขาอันไกลโพ้น หรือเรื่องประเทศที่เคยอยู่ในตำนาน ทั้งหมดครอบคลุมเรื่องราวที่อัดอั้นอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ชวนให้ผู้ชมนึกต่อยอดด้วยตัวเองได้อีกหลากรูปแบบ ตัวละครต่างระเบิดเรื่องราวออกมามากมายราวกับอดกลั้นไม่ได้พูดมานาน จนบางครั้งก็แย่งกันพูดด้วยซ้ำ (ไหนบอกว่าไม่มีอะไรจะพูดไง…)

บางจังหวะ ตัวละครก็ยิงบทพูดที่เหนือความคาดหมายออกมา ทำเอาเราสับสนไปหมดว่านี่เป็นบทละครหรือเรื่องจริงจากใจ หรือบางทีพวกเขาก็จะชักชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วย เส้นกั้นระหว่างตัวละครกับผู้ชมจึงค่อยๆ จางลง ขณะเดียวกันก็ชวนอึดอัด อยากรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือแค่การแสดง และเพื่อก่อร่างความสับสนระหว่างบทกับความจริงให้ลื่นไหลและสมจริงที่สุด อีกหนึ่งปัจจัยเบื้องหลังความงุนงงนี้คือพื้นที่การแสดง

ไม่มีอะไรจะพูด ใช้พื้นที่การแสดงคุ้มค่ามาก ด้วยลักษณะที่แบ่งเป็นห้องกระจก 2 ห้อง มีโถงทางเดินตรงกลาง มีผู้เฝ้าประตู 2 คน กฎเหล็กคือเราต้องเลือกเข้าชมละครในห้องใดห้องหนึ่ง จะเปลี่ยนห้องได้ก็ต่อเมื่อตัวละครออกปากให้เราเปลี่ยนห้องเท่านั้น ทำให้รู้สึกเหมือนเราตัดขาดจากอีกห้อง และแน่นอน เราต้องพลาดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอีกห้องหนึ่ง ยิ่งตอกย้ำว่าการตัดสินใจของเรามีผลต่อเรื่องราวที่จะได้ชม บรรยากาศเช่นนี้ชวนอึดอัดที่สุด

บางช่วงยังมีการแสดงที่โถงทางเดินด้วย ผู้ชมจากทั้ง 2 ห้องจะเห็นฉากนี้พร้อมกัน ภาพที่เห็นจะเหมือนเราแอบลอบมองผ่านกระจก ทำให้รู้สึกอึดอัดและปรารถนาจะปลดปล่อยความอยากรู้อยากเห็นออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยกฎเหล็กข้างต้นทำให้ต้องสยบความคับข้องใจเอาไว้และนั่งรอในห้องต่อไปว่าเมื่อไหร่จะได้เห็นชัดๆ ดูแล้วก็ลุ้นไปอีกแบบ และบางครั้ง ผู้เฝ้าประตูจะเปิดประตูทั้ง 2 บานไว้ นั่นคือช่วงเวลาที่ผู้ชมทั้ง 2 ห้องจะเชื่อมต่อกัน ได้เห็นสถานการณ์เดียวกัน แต่ยิ่งกว่านั้น นักแสดงเองก็มีพื้นที่สร้างสรรค์ความโกลาหลที่กว้างมากขึ้น

ไม่เพียงแค่บทละครและเทคนิคการแสดงที่ชวนทึ่ง เหล่านักแสดงเองก็ชวนอึ้งไม่แพ้กัน แม้เรื่องนี้จะมีนักแสดง 7 คน และนักแสดงทุกคนต้องรับบทมากกว่า 1 บทบาท พวกเขาก็ยังถ่ายทอดบทของตนออกมาด้วยพลังที่เปี่ยมล้นไม่มีตก ชวนให้รู้สึกขำขัน งุนงง อึดอัด แต่ก็ยังทำให้เราพร้อมเชื่อว่าทั้งหมดเป็นความจริงเสมอ เวลาที่ต้องสลับบทบาทแบบทันทีทันใด พวกเขาก็ยังคงพลังและสมาธิไว้ได้อย่างมั่นคง มีแต่ผู้ชมนี่แหละที่อาจจะสติหลุดได้หากปรับตัวกับบทบาทที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันไม่ทัน

หากใครต้องการชมละครเวทีหรือชมอะไรที่แหวกแนวและสดใหม่ ไม่มีอะไรจะพูด เป็นหนึ่งในตัวเลือกระดับหัวแถวที่ควรลองสัมผัสสักครั้ง อารมณ์อันหลากหลายที่กำเนิดจากความอัดอั้น อยากจะพูดอะไรสักอย่าง จะระเบิดออกมาเต็มไปหมด แล้วจะได้พบว่าละครคอลลาจเรื่องนี้มีอะไรจะพูดอยู่มากมาย ผู้ชมอย่างเรานี่แหละที่พอดูจบแล้วอาจอึ้งจนตาค้างและอึดอัดจนไม่มีอะไรจะพูด

ไม่มีอะไรจะพูด จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึง 24 มิถุนายน 2560 (ยกเว้นวันอังคารและพุธ) เวลา 20.00 น. ที่ห้องพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ ติดต่อจองบัตรได้ที่เพจอีเวนต์ ละครเวที ไม่มีอะไรจะพูด

ภาพ เบ็น โกศลศักดิ์

ทรงกลด ลิมปิพัฒน์

มนุษย์ผู้ดูแลสื่อโซเชียลมีเดียของ a day magazine ชอบดื่มเบียร์และเล่นเกมพร้อมๆ กันเพื่อบรรเทาอาการหัวร้อน เป็นคนไม่มีความสามารถพิเศษแต่อยากเป็นคนพิเศษสำหรับบางคน

related post