10

ตึกคุณหญิงหรี่ : ชีวิตคือการลากเส้นต่อจุดเรื่อยไปและไม่มีทางย้อนกลับทางเดิม

เขียนบทและกำกับการแสดง: จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ
สถานที่: Democrazy Theatre Studio

เส้นปะต่อจุดและเส้นตรงที่ลากเป็นดวงดาวเต็มกำแพงห้องที่นักแสดงทั้ง 4 คนค่อยๆ เขียนตลอด 90 นาทีของการแสดง เป็นสิ่งที่เรายินดีจ้องมองมันนิ่งๆ หลังดูงานชิ้นล่าสุดของ ชวน-จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ จบลง ถึงจะยังไม่แน่ใจว่ามันมีความหมายมากน้อยต่อการแสดงชิ้นนี้แค่ไหน แต่เป็นองค์ประกอบที่ระหว่างนั่งดู เราก็ชอบแอบมองว่านักแสดงจะต่อเติมจากจุดสีขาวกลมๆ ที่มีอยู่เดิมไปทางไหนยังไง

ตึกคุณหญิงหรี่ (Madam Ree Building) เป็นละครเวทีที่เขียนขึ้นมาตอบโต้กับบทละคร The Pavillion ของ Craig Wright ซึ่งเป็นเรื่องของคู่รักมัธยมที่เลิกรากันไปเพราะฝ่ายชายทำผู้หญิงท้อง ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป 20 ปีในงานวันเผา Pavillion แต่จตุรชัยเลือกเล่าถึงอีกความเป็นไปได้จากตัวละครชายหญิงคู่นี้ว่าถ้าทั้งสองคนเลือกจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เรื่องราวในอีก 20 ปีให้หลังของครอบครัวที่มีพร้อมสมบูรณ์ทั้งพ่อ แม่ ลูก จะเป็นอย่างไร

ฉากแรกของละครเปิดด้วยการเล่าจุดกำเนิดของจักรวาลที่ตามมาด้วยสิ่งมีชีวิต วัตถุ และวัฒนธรรมมากมาย ก่อนจะพาเราไปเพลิดเพลินในงานเลี้ยงรวมรุ่นศิษย์เก่าโรงเรียนอุดมทิพย์วิทยา รุ่น 65 ในวาระที่ตึกคุณหญิงหรี่ สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำของนักเรียนที่นี่จะถูกทุบทิ้งตอนเที่ยงคืน ช่วงแรกของละครเลยเต็มไปด้วยความสนุกและสีสันที่ได้พลังและสมาธิขั้นสูงของ ญาดามิณ แจ่มสุกใส ที่รับบทเป็นเหล่าเพื่อนหลากคาแรคเตอร์ทั้งหญิงชายสลับสับเปลี่ยนไป ต่อบทสนทนากับอีก 3 ตัวละครหลัก สมยศ (รับบทโดย ศุภสวัสดิ์ บุรณเวช) วิภา (รับบทโดย ปานรัตน กริชชาญชัย) และลูกชาย ตะโก้ (รับบทโดย วิศรุต หิมรัตน์) เพื่อปูเรื่องราวให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบความสัมพันธ์ตามวันเวลาที่ผ่านไป

สารภาพตามตรงว่าแค่เห็นชื่อนักแสดงอย่างปานรัตนและศุภสวัสดิ์ ก็พอเดาทางละครได้ออกว่าคงจะสนุกสนานด้วยมุกตลกจังหวะแม่นยำและคำพูดต่างๆ ซึ่งเราก็ไม่ผิดหวัง แต่ ตึกคุณหญิงหรี่ ยังใจดีสร้างเซอร์ไพร้ส์ให้เราตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่การแต่งเพลงขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ประกอบบางฉากที่ช่วยทำให้เราดูการแสดงตรงหน้าได้อิ่มใจมากขึ้น (เพลงเพราะมากจนเราสั่งพรีออเดอร์ไปหนึ่งแผ่น) แถมยังได้ดูซีนดราม่าเข้มข้นของ อิ๋ว-ปานรัตน ที่ไม่ค่อยได้เห็นมากนักในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งเธอก็พิสูจน์แล้วว่าทำได้ดีเหลือเกิน

นอกจากความคราฟต์ของโปรดักชั่นที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบถึงจะเป็นการแสดงรอบแรก การแสดงแสนจริงใจและเต็มไปด้วยเคมีที่เข้ากันได้ดีของ 4 นักแสดง สิ่งที่เราชอบมากๆ และยอมปรบมือให้หมดใจหลังการแสดงจบลงคือเนื้อหาที่ค่อยๆ เข้ามาปั่นป่วนความทรงจำในอดีตของเราทีละนิด

เราเรียนรู้แล้วว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ บทสนทนาในวันเก่าก่อน ความทรงจำที่หวนย้อนคืนมาให้นั่งรำลึกถึงจะไม่มีความหมายใดนอกจากเรื่องเล่าที่ชวนให้หัวเราะขำทุกครั้งเท่านั้น ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านไปเป็นแค่จุดๆ หนึ่งที่เราเดินกลับไปหาไม่ได้อีก มีแต่ชีวิตจริงในทุกวันนี้ที่ต้องนั่งแก้ไขปัญหากันไป ละครโยนคำถามที่เราเชื่อว่าหลายคนก็เคยสงสัยว่า ถ้าวันนั้นเราเลือกอีกอย่าง? ถ้าวันนั้นเราไม่ทำอย่างนี้? ถ้าย้อนเวลากลับไปได้? ถ้า ถ้า ถ้า มากมาย แต่ก็อย่างที่รู้ ไม่มีใครสามารถย้อนกลับไปเลือกใหม่ได้ ไม่มีจักรวาลใหม่สำหรับชีวิตเราที่เลือกแล้ว ต่อให้ชีวิตจะแย่หรือดียังไง มันก็เป็นชีวิตที่เราต้องอยู่กับมันเพราะว่า 'มันก็โอเคไง'

"บางทีก็อยากให้ชีวิตเรามีพักเบรกเหมือนละคร สัก 15 นาทีก็พอที่เราจะไม่ต้องเป็นอะไรเลย" คือประโยคหนึ่งที่วิภาพูดขึ้นมาในซีนท้ายๆ และเราประทับใจมาก เพราะบางครั้งชีวิตก็เล่นงานเสียจนเราย่ำแย่ บางครั้งเราก็ต้องพยายามมากเกินไปเพื่อรักษาบทบาทที่เลือกมาให้ดีที่สุด บางครั้งเราก็แค่อยากหายตัวไปที่ไหนสักแห่ง บางครั้งเราก็เหนื่อย

แต่ชีวิตคือการเดินทางไปเรื่อยๆ เราทำได้แค่เลือกสิ่งหนึ่งเพื่อให้มีทางเดินต่อไป เหมือนจุดของดวงดาวที่ลอยคว้างในจักรวาลให้เราเลือกต่อจุดจนเกิดเป็นหมู่ดาวใหม่ๆ ด้วยตัวเอง

ลองแวะไปเก็บความทรงจำในอดีตถึงสิ่งที่เราเลือกมาตลอด ก่อนที่เขาจะทุบตึกคุณหญิงหรี่กันในวันที่ 9 - 27 กุมภาพันธ์นี้ (ยกเว้นวันอังคารและพุธ) เวลา 20.00 น. ที่ Democrazy Theatre Studio (MRT ลุมพินี) ติดต่อจองบัตรได้ที่เพจอีเวนต์ ตึกคุณหญิงหรี่ Madam Ree Building

ภาพ ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์

ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต

อดีตเด็กฝึกงานกองบรรณาธิการ a team junior 9 ผู้ชอบใช้เวลาว่างไปกับการเที่ยวเล่นทั่วกรุงเทพฯ ไม่น้อยไปกว่านอนเล่นเฉยๆ ที่บ้านแถบชานเมือง พยายามฝึกภาษาญี่ปุ่นให้เข้าใจแต่ก็ดันเกลียดคันจิเข้าไส้

related post