14

พบแง่งามของความเนิบช้าใน ‘หอยทากผู้ค้นพบประโยชน์แห่งความเชื่องช้าของตน’

ชื่อหนังสือ: หอยทากผู้คนพบประโยชน์แห่งความเชื่องช้าของตน
ผู้เขียน: Luis Sepúlveda
ผู้แปล: สถาพร ทิพยศักดิ์
สำนักพิมพ์: ผีเสื้อสเปน

หลายคนคงรู้จักหลุยส์ เซปุล์เบดา นักเขียนชาวสเปนจากผลงานมีชื่อเล่มก่อนๆ ของเขาอย่าง ‘ชายชราผู้อ่านนิยายรัก’ ‘โลกสุดขอบฟ้า’ และ ‘นางนวลกับมวลแมว ผู้สอนให้นกบิน’ ล่าสุดสำนักพิมพ์ผีเสื้อได้หยิบผลงานชั้นดีอีกชิ้นของนักเขียนคนนี้มาตีพิมพ์ ชื่อของงานดังกล่าวคือ ‘หอยทากผู้ค้นพบประโยชน์แห่งความเชื่องช้าของตน’

เซปุล์เบดากล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้มีจุดกำเนิดจากดาเนียล หลานชายซึ่งมองหอยทากในสวนแล้วหันมาถามว่า ‘ทำไมหอยทากจึงเคลื่อนที่ช้าเสียเหลือเกิน’ จึงไม่น่าแปลกใจที่หอยทาก จะปรากฏโฉมในรูปแบบวรรณกรรมเยาวชนที่มีเนื้อเรื่องเรียบง่าย และภาษาไม่สลับซับซ้อน ทั้งยังมีจังหวะ วรรคตอนบางอย่างคล้ายนิทานที่เราเคยอ่านตอนยังเด็ก (ฉบับภาษาไทยยังใช้ภาพประกอบแสนน่ารักฝีมือนักวาดวัยประถมต้นซึ่งเหมาะกับเด็กมากๆ ด้วย) เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยหอยทากตัวหนึ่งที่เกิดสงสัยขึ้นมาว่าทำไมมันถึงเป็นสัตว์เชื่องช้า ขณะที่หอยทากตัวอื่นไม่สนใจตั้งคำถาม ท้ายสุดหอยทากตัวนี้จึงออกเดินทางค้นหาคำตอบ นำไปสู่การผจญภัยและการค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย ในมุมหนึ่ง วรรณกรรมของเซปุล์เบดาเล่มนี้เป็นเรื่องที่เด็กๆ อ่านได้อย่างเพลิดเพลิน แต่ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่อย่างเราก็อ่านดีไม่แพ้กัน เพราะนิทานที่ดูเรียบง่ายเล่มนี้สอดแทรกไว้ด้วยประเด็นน่าสนใจ

หนึ่งในประเด็นที่โดดเด่นคือเรื่องของความเนิบช้า ในโลกทุกวันนี้ที่หมุนเร็วจี๋และเราต่างพยายามวิ่งตามให้ทัน เซปุล์เบดาชวนเราหันกลับมามองความงามของการค่อยๆ ก้าวเดิน หนึ่งในแง่งามปรากฏให้เห็นเมื่อเจ้าหอยทากคืบคลานหาคำตอบไปจนพบว่าสนามหญ้าที่มันอยู่กำลังจะถูกราดยางทำเป็นที่จอดรถ หอยทากจึงเดินทางกลับไปเพื่อเตือนเพื่อนๆ และเพราะความเชื่องช้า ทำให้มันได้พบและเตือนสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน “ขอขอบใจความเชื่องช้าของเจ้า เจ้าหอยทาก เพราะหากเจ้าเป็นสัตว์ที่ว่องไวเหมือนกระต่าย หรือปราดเปรียวเหมือนงูเขียว เจ้าก็คงจะไม่เห็นพวกเราและคงมาบอกเราไม่ทัน...” คือประโยคที่ราชินีมดกล่าวขอบคุณหอยทากก่อนอพยพย้ายรัง ชวนให้คิดว่าเมื่อเดินช้าลงเราย่อมเห็นรายละเอียดข้างทางมากขึ้น และที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือการเห็นดังกล่าวอาจไม่ใช่แค่ทันเห็นดอกไม้ผลิบานหรือดวงตะวันตกดิน แต่ยังหมายถึงการมองเห็นผู้อื่น ชีวิตอื่นในสายตา และมีเวลาที่จะสัมพันธ์ช่วยเหลือกัน

อีกประเด็นหนักแน่นที่เซปุล์เบดานำเสนอคือ จิตวิญญานแห่งความขบถ เจ้าหอยทากในเรื่องนี้เป็นหอยทากรุ่นใหม่ที่ตั้งคำถามว่าทำไมมันจึงเชื่องช้า อีกทั้งยังนึกอยากมีชื่อเรียกที่ไม่ใช่การเรียกรวมๆ ว่า ‘หอยทาก’ ขณะที่หอยทากตัวอื่นๆ ไม่สนใจและพอใจจะใช้ชีวิตแบบเดิม ท้ายที่สุดมันจึงต้องออกจากฝูงและเดินทางหาคำตอบ ซึ่งระหว่างทาง มันได้พบอดีตเต่าเลี้ยงตัวหนึ่งซึ่งเล่าให้มันฟังว่า เวลามนุษย์คนหนึ่งถามคำถามซึ่งยากที่จะตอบทำนองว่า ‘ความเร็วเป็นเรื่องจำเป็นหรือไม่’ หรือ ‘จริงหรือที่เราต้องมีอะไรมากมายเพื่อจะมีความสุข’ พวกเขาเรียกมนุษย์นั้นว่า เป็นคนนอกคอก หอยทากจึงเรียกตัวเองว่า ‘นอกคอก’ ตั้งแต่นั้น

ภาพหอยทากที่แปลกแยกจากเพื่อนพ้อง คล้ายซ้อนทับกับภาพคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่แปลกแยกจากสังคมส่วนใหญ่ พวกเขาที่ตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ ขณะคนอื่นเดินหน้าไปด้วยความเคยชิน และถูกต่อต้าน ไม่ยอมรับ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นราคาที่คน ‘นอกคอก’ ต้องจ่าย แต่เซปุล์เบดาสนับสนุนให้จิตวิญญานขบถนั้นคงอยู่ เพราะเจ้าหอยทากนอกคอก มันจึงได้ออกหาคำตอบ ค้นพบและเรียนรู้ เต่าตัวนั้นยังบอกไว้ด้วยว่าคนนอกคอกที่แท้จริงจะรู้สึกกลัว แต่ก็จะเอาชนะความกลัวนั้นจนได้ ซึ่งเจ้าหอยทากก็ได้สัมผัสสิ่งนี้ขณะต้องพาเพื่อนๆ อพยพ โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้เจอดินแดนใหม่จริงๆ ไหม แต่มันก็เดินหน้าต่อไป เช่นเดียวกับหลายคนบนโลกนี้ลุกขึ้นสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมุ่งมั่น แม้ไม่รู้ว่ามีอนาคตแบบไหนรออยู่ข้างหน้า และเพราะหอยทากแบบนี้ เพราะผู้คนนอกคอกเหล่านี้เอง หลายการเปลี่ยนแปลงบนโลกเราจึงเกิดขึ้น

มากกว่าความเชื่องช้าและความขบถ เซปุล์เบดายังชวนคนอ่านขบคิดในอีกหลายประเด็นระหว่างทางอักษร เช่น เรื่องราวของเจ้านกฮูกที่หอยทากไปพบซึ่งบินได้แต่ไม่อาจบิน เพราะความทรงจำที่แบกไว้ทำให้เป็นทุกข์หนักอึ้งจนบินไม่ไหว เมื่อเราเปิดอ่าน ‘หอยทากผู้ค้นพบประโยชน์แห่งความเชื่องช้าของตน’ จึงจะได้พบเรื่องราว แง่คิดอีกมากมายกว่าแค่ประโยชน์แห่งความเชื่องช้าตามชื่อเรื่อง

นับเป็นหนังสือน่าอ่านอีกเล่มที่น่าลองลิ้มรสระหว่างใช้ชีวิตในโลกอันวุ่นวายใบนี้

ความยากง่ายในการอ่าน: อ่านทำความเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่าย แต่ต้องอาศัยทักษะการตีความเพื่อค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดด้วย

ธารริน อดุลยานนท์

ชอบแมว ชอบกินแซลมอน ชอบอ่านและชอบเขียนหนังสือด้วย

related post