10

Revenge : ลิ้มรสบทสนทนาเงียบเชียบที่เข้าเกาะกุมหัวใจให้เย็นเยียบ

ชื่อหนังสือ: Revenge เรือนร่างเงียบเชียบ การบอกลาเย็นเยียบน่าขยะแขยง
ผู้เขียน: Yoko Ogawa
ผู้แปล: นลินญา จรูญเรืองฤทธิ์
สำนักพิมพ์: Chaichai Books

เป็นการยากที่จะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ ที่แน่ๆ มันจะทำให้คุณรู้สึกขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ฉันก็ยังยืนกรานให้คุณพลิกอ่านมัน เหตุผลแรก นี่คือหนังสือลำดับที่ 2 ของสำนักพิมพ์ที่ปีก่อนเคยเสิร์ฟหนังสือเรื่องสั้นหลังความตายล้ำๆ อย่าง SUM มาให้นักอ่านเกรียวกราวมาแล้ว เหตุผลที่สอง หนังสือปกชมพูเหมือนนมเย็นในแก้วซึ่งออกแบบโดยหญิงสาวนักออกแบบชื่อมานิตา สวยพอที่คุณจะเดินถือไปไหนต่อไหน แต่หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจหากรู้ว่าสีชมพูนี้หมายถึงสีชมพูของเนื้อมนุษย์ เหตุผลที่สาม คุณไม่ต้องสนใจก็ได้ว่ามันเป็นผลงานของนักเขียนระดับปรมาจารย์อีกคน รู้เพียงมันมีพลังพอจะสะกดคุณให้ค่อยๆ ละเลียดตัวหนังสือเย็นเยียบก็เพียงพอ

ฉันจะบอกคุณก็ได้ว่ามันเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 11 ตอนที่มีเนื้อหากระหวัดรัดเกี่ยวกันไปมา ตัวละครไร้ชื่ออาศัยอยู่ในเมืองที่มีหอนาฬิกา มีคนตายด้วยน้ำมือของใครอีกคน ทั้งทางกายภาพและทางจิตใจ มีคนถูกฝังอยู่ในหลุมศพความเศร้าอันเวิ้งว้างว่างเปล่า ผู้เขียนค่อยๆ พาเราไปรู้จักหลุมดำในใจตัวละครแต่ละคน เฝ้ามองเหตุการณ์น่าขนลุกที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น ในโรงพยาบาล ในห้องนอน ในพิพิธภัณฑ์ อ่านไปทีละบรรทัดคุณแทบจะเห็นบรรยากาศเงียบขรึมสีฟ้าหม่นหรือแสงแดดสีทองตอนเย็นรอนน่าร้าวใจ หลายอย่างอาจหลุดพ้นไปจากการคาดการณ์ของความจริง กลายเป็นภาพแฟนตาซีที่ทวีความหลอน

ขออนุญาตให้ฉันยกตัวอย่างพอให้คุณเห็นภาพขึ้นอีกนิด ลองจินตนาการถึงคุณแม่ที่เฝ้าซื้อเค้กวันเกิดให้ลูกชายที่ตายในตู้เย็นทุกปีๆ ชายนักประดิษฐ์เครื่องทรมานผู้โดดเดี่ยว ช่างตัดกระเป๋าสำหรับใส่หัวใจที่มีเลือดเนื้อกับลูกค้าสาวของเขาเป็นต้น

เมื่อผสมผสานกับการบรรยายสิ่งละอันพันละน้อยอย่างอ่อนโยน บทสนทนาแสนละเมียดตามแบบฉบับวรรณกรรมญี่ปุ่น คล้ายหนังสือเล่มนี้จะหลอกคุณด้วยถ้อยคำอบอุ่นก่อนตลบหลังด้วยความโหดร้าย นั่นทำให้รสชาติของมันน่าอร่อยจนน้ำลายสอ แต่ละตอนให้รสชาติต่างกัน ตอนต้นของเล่มให้รสชาติสั่นใจอย่างเบาบางเหมือนการเสิร์ฟออร์เดิร์ฟ ตอนกลางเล่มเหมือนจานหลักที่เข้มข้นและหนักหน่วงจนฉันต้องผ่อนพักให้จิตใจคลายความหลอน ก่อนจะปิดท้ายเล่มด้วยขนมเย็นชืดรสหวานเฝื่อน ราวกับเหลือคุณนั่งอยู่แต่เพียงผู้เดียวในร้านอาหารร้างไร้ผู้คน

สำหรับฉัน นี่ไม่ใช่นิยายฆาตกรรม ไม่มีผีสาง มันเปรียบเหมือนภาพอุปมาความสัมพันธ์มนุษย์ที่แหว่งวิ่น เละเทะ เรามองเห็นการปฏิสัมพันธ์ของตัวละครผ่านบทสนทนาหรือการกระทำเงียบเชียบ บางสิ่งเหล่านั้นเหมือนปีศาจที่คืบคลานปกคลุมให้หัวใจมืดมิด บางถ้อยคำอ่านแล้วฉันกลับนึกถึงความจริงที่เกิดขึ้น การตัดญาติขาดมิตร การถูกปฏิเสธ ความโดดเดี่ยวเมื่อใครคนนั้นหายจากไปตลอดกาล ความรู้สึกคล้ายหัวใจจะถูกแช่แข็งจากการกระทำของอีกฝ่ายหรือความรู้สึกคล้ายร่างกายหมดสิ้นเรี่ยวแรง แต่ละชิ้นส่วนตายลงและกระจายออกจากกันไปชั่วขณะ อะไรเหล่านั้นไม่ใช่แค่เรื่องเหนือจริงในหนังสือหรอก คุณก็รู้ใช่ไหม

แล้วความเจ็บปวดเหล่านั้นแหละที่ปลุกเร้าให้เราทำบางสิ่งบางอย่าง สำหรับตัวละครในเรื่อง ฉันไม่อาจจะเปิดเผยได้มากกว่านี้ว่าพวกเขาลงมือทำอะไรไปบ้าง เพียงบอกใบ้ตามความเห็นของฉันได้บ้างว่า อวัยวะและเลือดเนื้อต่างๆ ที่คุณจะได้เห็น ก็เหมือนการเปิดเปลือยจิตใจดิบๆ ของมนุษย์ออกมาในคราบวรรณกรรม

ฉันอยากให้คุณลิ้มรสมันดูบ้าง แม้แต่คนจิตอ่อนอย่างฉันยังสนุกกับมัน คุณจะสนุกกับการเชื่อมโยงตัวละครต่างๆ เข้าด้วยกันตามร่องรอยที่ผู้เขียนหยอดทิ้งไว้ในแต่ละตอน สนุกกับบรรยากาศแปลกใหม่ที่หนังสือเล่มหนึ่งจะสร้างขึ้นมาได้

และกระนั้นเอง ฉันยังแอบหลงรักบางห้วงบางตอนที่ตัวหนังสือของโยโกะแอบซ่อนความอบอุ่นอันเปราะบางของมนุษย์ไว้-แม้เพียงเศษเสี้ยวก็ตาม

ความยากง่ายในการอ่าน: ข้อมูลใหม่เมื่อข้ามบทข้ามตอนอาจทำให้คุณอยากพลิกกลับไปตอนที่แล้วเพื่อคลี่ปมสงสัย ค่อยๆ อ่านช้าๆ ในที่สงบเงียบ จดจำรายละเอียดสัญลักษณ์บางอย่างไว้แล้วจะเพิ่มอรรถรสได้อีกมาก มันอ่านไม่ยาก ขอเพียงคุณปล่อยใจไปกับมัน ระวังนิดเดียว ถ้าคุณจิตอ่อนกับความหลอน อย่าอ่านมันตอนที่กำลังกินอาหาร หรือก่อนนอน ฉันไม่รับประกันความรู้สึกเฝื่อนลิ้นหรือฝันร้ายที่อาจคืบคลานมาโดยไม่รู้ตัว

กันตพร สวนศิลป์พงศ์

ฝ้ายกันตะ หัวหน้ากองบรรณาธิการ a day อดีตนิสิตนิเทศจุฬาฯ ที่มีความ ‘เป็ด’ ในตัว สนใจสิ่งหลากหลายตามมาตรฐานหญิงไทย เช่น หนังสือ ของกิน ศิลปะ ชอบเสพงานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยหญิงสาวเป็นพิเศษ เคยเขียนหนังสือกับสำนักพิมพ์ fullstop หนึ่งเล่มชื่อ Magic Moment ความงดงามในเสี้ยววินาที

related post