03

The Rube วงดนตรีซาวนด์เท่แบบไทยเดิมที่น่าฟังมาก

จั่วหัวแค่ ‘วรรณคดีไทย’ ก็คงพาใจวัยรุ่นหงอยไปล่วงหน้า เพราะในความทรงจำคงมีแต่กลอนสัมผัสยากๆ คำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมาย หรืออิทธิฤทธิ์ประจำกายตัวละครแต่ละตัว นี่เลยเป็นเหตุผลที่เราอยากพูดคุยกับ 4 หนุ่มวง The Rube เก๊ท-ศิวพงษ์ เหมวงศ์ (ร้องนำ), จุ๊บ-ธีรวงศ์ วัฒนาจารุพงศ์ (กีตาร์), น๊อต-ทรงพล ศรีสะอาด (เบส) และเจน-ณัชรพงศ์ วัฒนาจารุพงศ์ (กลอง) จากสาขาวิชาดนตรีสากล คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ที่พวกเขาคิดสนุกเอาดนตรีไทยเดิมมาผสมผสานกับเพลงป๊อปร็อกร่วมสมัย แถมยังเล่าวรรณคดียากๆ สอดแทรกในเพลงอย่างที่เราเพิ่งได้ฟังกันในซิงเกิลแรกจากอัลบั้มใหม่ของพวกเขา I’m Sorry (สีดา)

ให้เพลงนี้ค่อยๆ พิสูจน์ความสามารถของพวกเขาไป แต่ถ้าอยากรู้ความตั้งใจและที่มาของไอเดียสดใหม่ เรามีให้อ่านกันในบทสนทนาต่อจากนี้

แนวทางใหม่ที่ชัดเจนกว่าเดิม
เก๊ท: “พวกเรามาจากการประกวดวงดนตรีหน้าใหม่ในงาน Melody of Life ครั้งที่ 7 และออกซิงเกิลมาแล้ว 2 เพลงกับทาง Spicy Disc ตั้งแต่ปี 2013 แล้ว เป็นเพลงป๊อปทั่วๆ ไป แต่ว่ากระแสค่อนข้างเงียบ เราพยายามคุยกันว่าจะทำยังไงให้มีที่ยืนในวงการเพลงขึ้นมา อัลบั้มนี้เลยเปลี่ยนแนวเพลงใหม่ที่พวกเราเรียกว่า Modern Traditional มันเกิดจากเราไปนั่งคุยนั่งแซวเล่นระหว่างที่พี่ๆ วง Mild เขาคิดเพลงอัลบั้มใหม่ ผมก็ร้องเพลงไทยเดิมอะไรไป พี่เป้ (บดินทร์ เจริญราษฎร์) เลยปิ๊งไอเดียว่าพวกเราน่าจะลองเอาเอกลักษณ์ของดนตรีไทย การร้องแบบไทยเดิมมาประยุกต์กับดนตรีสากลหลายๆ แบบดูนะ ทั้ง R&B, Funk, Hip Hop, Soul ส่วนตัวผมเองก็โตมากับเพลงลูกทุ่ง ร้องเพลงไทยเดิมได้อยู่แล้ว”

จุ๊บ: “เราเปลี่ยนอะไรมากันเยอะทั้งสมาชิกและแนวเพลง แต่ความหมายของ The Rube คือชนบท ชานเมือง เราอยากสื่อสารผ่านเพลงว่าเรามีความจริงใจ ติดดินแบบเด็กบ้านนอกๆ ตอนนี้เราก็ทำเพลงให้ไปในทางเดียวกับชื่อวง”

เพลงไทยเก่าก่อนแต่ไม่เก่าเชย
เก๊ท: “อัลบั้มนี้ใช้ชื่อว่า Thai - Machine ย้อนเวลากลับไปหาความเป็นไทยสมัยก่อน แต่เราเอามาให้ฟังในรูปแบบของเพลงสมัยใหม่ ส่วนตัวเรามักได้ยินน้องๆ เพื่อนๆ บอกว่าเวลาฟังเพลงไทยเดิมทีไรแล้วรู้สึกกลัว หรือเพลงไหนที่ฟังในงานวัดงานบวชแล้วบอกว่าเชยใช่ไหม เราจะทำให้ดูว่าเอกลักษณ์ของไทยที่เจ๋งมากๆ ยังสามารถอยู่ได้ในทุกวันนี้”

“นักดนตรีสมัยนี้เวลาสร้างเพลงใหม่ๆ ก็มักไปเอาสไตล์เพลงต่างประเทศมาใช้จนเด็กสมัยนี้ไม่รู้จักเพลงไทยเดิมแล้ว แต่ถ้าลองฟังเพลงลำตัดที่เขาร้องโต้ตอบกันไปมา มันก็ไม่ต่างจากฮิปฮอปหรอก”

วรรณคดีไทยตัวดี
เก๊ท: “อย่างเพลง I’m Sorry (สีดา)’ เรามีโครงเรื่องที่พี่เป้เขียนไว้ก่อนเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งอยากขอโทษผู้หญิงในสิ่งที่เขาทำผิดพลาดไป เราก็เลือกวรรณคดีที่มีเรื่องรักๆ ตรงกันคือรามเกียรติ์ ถ้าศึกษาดีๆ จะรู้ว่าตอนท้ายเรื่องหลังพระรามตีเมืองแย่งนางสีดาคืนจากทศกัณฐ์ได้แล้ว พระรามให้นางสีดาเดินลุยไฟพิสูจน์ตัวเองว่ายังบริสุทธิ์อยู่ไหมเพราะจากกันไปตั้ง 14 ปี หรือตอนที่พระรามแกล้งตายเพื่อลองใจนางสีดาจนสูญเสียความเชื่อใจกันไป เพลงนี้เราร้องแบบไทยเดิมผสมป๊อปร็อก ส่วนตรงกลางเพลงก็เอาเรื่องรามเกียรติ์มาเล่าให้ฟังในสไตล์ R&Bด้วยเลย”

จุ๊บ: “6 เพลงในอัลบั้มนี้เราตีความจากวรรณคดีไทยทั้งหมด ดูว่าเรื่องนี้เหมาะกับเพลงไหน เพลงต่อไปก็จะหยิบเรื่องขุนช้างขุนแผน สังข์ทอง มาเล่าใหม่ อาจเป็นลำตัด เพลงฉ่อย ผสมกับเพลงป๊อปหลายๆ แบบ เพราะวรรณคดีบางเรื่องเล่าแบบขับเสภาซึ่งฟังยาก ในอนาคตเราก็คิดไว้หลายๆ ทางเลือก อาจจะตีความจากวรรณคดีเรื่องอื่นหรือหยิบเรื่องการละเล่นไทยพื้นบ้านมาก็ได้ ฉีกไปเลย”

“การทำอัลบั้มนี้มันเหมือนซื้อหวยนะ แต่เราก็ไม่เผื่อเซฟโซน สองซิงเกิลก่อนเราอาจทำเอาใจคนฟัง แต่อัลบั้มนี้เราทำในสิ่งที่เราอยากทำ ตั้งใจและไปให้สุด เอาความเป็นไทยกลับมาให้ทุกคนได้ฟัง ผลออกมายังไงเราก็ได้ทำแล้ว”

ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต

อดีตกองบรรณาธิการ a team junior 9 ปัจจุบันเป็นกองบรรณาธิการเว็บไซต์ adaymagazine.com ชอบใช้เวลาว่างไปกับการเที่ยวเล่นทั่วกรุงเทพฯ ไม่น้อยไปกว่านอนเล่นเฉยๆ ที่บ้านแถบชานเมือง พยายามฝึกภาษาญี่ปุ่นให้เข้าใจแต่ก็ดันเกลียดคันจิเข้าไส้

related post