28

James Marsden : สนทนากับคาวบอยหนุ่มจากซีรีส์ Westworld

คอซีรีส์คงได้ยินชื่อ Westworld ซีรีส์น่าดูจาก HBO ที่ลือลั่นกันมาพักใหญ่ว่าจะมาล้มบัลลังก์ Game Of Thrones ละครตอนยาวที่โด่งดังที่สุดในโลกในขณะนี้ ในวาระที่เวสต์เวิลด์กำลังจะจบซีซันแรกอย่างสวยงาม เราได้รับโอกาสสนทนากับ James Marsden หนึ่งในนักแสดงหลักที่เดินทางมาโปรโมตซีรีส์ที่สิงคโปร์ ก่อนจะพูดคุยกับผู้รับบทคาวบอยหนุ่มตาสีฟ้า Teddy Flood เราขออธิบายเรื่องราวไซ-ไฟที่น่าตื่นเต้นสักเล็กน้อย

ในโลกอนาคตมีการสร้างธีมพาร์คชื่อ Westworld สวนสนุกที่คนสามารถเข้าไปใช้ชีวิตในโลกคาวบอย ไม่ใช่แค่เดินเล่นในฉากหรือถ่ายรูปกับป้าย แต่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับตัวละครที่มีเนื้อหนังมังสาเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคาวบอย สาวงาม พ่อค้า โสเภณี ต่างเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมความทรงจำ อุปนิสัย และสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันไว้เรียบร้อยแล้ว หุ่นยนต์เหล่านี้เป็น host ที่เล่นบทบาทไปตามเส้นทางของตน เพื่อต้อนรับ guest ที่เป็นมนุษย์จริงๆ โฮสต์ไม่สามารถทำร้ายมนุษย์ได้ แต่แขกสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ ตั้งแต่พูดคุย ช่วยเหลือ ไปจนถึงฆ่าและข่มขืนหุ่นยนต์เหล่านี้ (หุ่นยนต์จะถูกซ่อมแซมและรีเซ็ตความทรงจำใหม่ทุกวัน)

เท็ดดี้ ฟลัด คาวบอยหนุ่มต้องเผชิญเหตุร้ายกับแฟนสาว Dolores Abernathy-ตัวละครหลักฝ่ายหญิง ครั้งแล้วครั้งเล่าตามเส้นเรื่องที่กำหนด จนกระทั่งพวกเขาและหุ่นยนต์ตัวอื่นๆ เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตนเองเกิดมาเป็นของเล่นของมนุษย์ และเริ่มออกนอกเส้นทางการใช้ชีวิตที่กำหนดไว้

JJ Abrams โปรดิวซ์ซีรีส์ Westworld ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เก่ายุค 70 ชื่อเดียวกัน โดยสองสามีภรรยา Jonathan Nolan (ผู้เขียนบท The Dark Knight, The Dark Knight Rises และ Interstellar) และ Lisa Joy เป็นผู้สร้างโลกสุดล้ำนี้ขึ้นมา พร้อมขนกองทัพนักแสดงดังๆ อย่าง Anthony Hopkins, Ed Harris, Evan Rachel Wood และเจมส์ มาร์สเดน (ไซคลอปส์ ใน X-men, เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดใน Enchanted) มาไว้ในเรื่องเดียวกัน

มิสเตอร์มาร์สเดนในชุดแจ็กเก็ตหนังยิ้มและเขย่ามือกับเราอย่างสุภาพอบอุ่น ขณะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ เราพินิจพิเคราะห์และสงสัยว่ามนุษย์คนหนึ่งสามารถเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบได้ขนาดไหน หนุ่มหล่อวัย 43 ปี ดูเหมือนเพิ่งอายุ 30 ต้นๆ เขาสูงสง่า ผมสีน้ำตาลดกเงาสลวย ตาฟ้าเจิดจ้า ฟันขาวแข็งแรง มีรอยยิ้มหวานเหมือนโฆษณายาสีฟัน แต่อย่าปล่อยให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกตา เมื่อพูดคุยกับเขา เราได้ทำความรู้จักความคิดลึกซึ้งเบื้องหลังการทำงานของนักแสดงชื่อดังคนนี้

ในความเห็นของคุณ เวสต์เวิลด์ กำลังพูดถึงอะไร

“ผมคิดว่า เวสต์เวิลด์ เป็นกระจกที่เราถือส่องตัวเอง มันพูดถึงการเป็นมนุษย์ สิ่งที่ทำให้คุณเป็นมนุษย์คืออะไร การเต้นของหัวใจหรือว่าความรู้สึกนึกคิด เรื่องนี้เกี่ยวกับศีลธรรม อนาคตของ A.I. และการพัฒนาของวิดีโอเกม ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นกับเรา เหมือนเราได้ส่องกระจกเงาดูว่าสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นคืออะไร ฉายภาพให้เห็นว่าเราคือใครในฐานะสัตว์สายพันธุ์หนึ่ง และเรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน เรากำลังวิ่งอยู่ในวังวนเดิมรึเปล่า เราเป็นหุ่นเชิดของอะไรหรือใครรึเปล่า มันคือการส่องดูข้างในมนุษย์ และคาดเดาว่าเราจะเป็นอย่างไรเมื่อทำอะไรได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา นี่เป็นแก่นเรื่องหลักๆ ที่ซับซ้อนครับ”

“เรื่องนี้อาจจะดูยากสำหรับบางคน คุณรู้ล่ะว่ามันเป็นละครแนววิทยาศาสตร์ ผู้คนเข้าไปในธีมพาร์คไปสู้กับคนปลอมๆ แต่มันอาจรบกวนจิตใจคุณที่ได้เห็นตัวเลือกที่มนุษย์ตัดสินใจในธีมพาร์คนั่น แต่มันคือการแสดงเจตจำนงของเราต่อความรุนแรง ต่อทิศทางของวิดีโอเกมและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีและความก้าวหน้า"

"บทพูดที่ผมชอบมากมาจากหนัง Jurassic Park - Jeff Goldblum (Dr.Ian Malcolm) บอกว่า 'Your scientists were so preoccupied with whether or not they could, they didn’t stop to think if they should' ในวันที่โลกมี A.I. มีการใช้เทคโนโลยี 100 เปอร์เซ็นต์ มันต้องมีความรับผิดชอบตามมา โจนาธาน (โนแลน) เป็นหัวหน้าในการคิดเรื่องนี้ทั้งหมด และความรุนแรงในเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ มันมีเป้าหมายของมัน มีความหมาย มีการวิพากษ์วิจารณ์ซ่อนอยู่”

เกณฑ์ในการรับงานแสดงของคุณคืออะไร

“เป้าหมายของอาชีพผมคือได้ทำงานกับคนเก่งๆ ผมสนใจบทและผู้กำกับเป็นหลัก นี่เป็นงานของโจนาธาน โนแลน และเจเจ อับราห์ม แล้วผมก็รู้จักหนัง เวสต์เวิลด์ ฉบับดั้งเดิม ผมไม่ได้เลือกประเภทของงาน ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ หนัง หรืออะไรก็ตาม ผมพยายามไม่หยุดอยู่ที่เดิม ผมเลือกเนื้อหาที่บันดาลใจผม เรื่องที่น่าสนใจ บทที่น่าสนใจ ผู้กำกับที่น่าสนใจ ปกติแล้วผมจะได้อย่างเสียอย่างตลอด แต่เรื่องนี้เรามีทุกอย่าง แถมยังได้สุดยอดนักแสดงและช่องที่ดีที่สุดในวงการธุรกิจ มันเป็นซีรีส์ที่ทะเยอะทะยานมาก”

คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้เล่นเป็นเท็ดดี้ ฟลัด

“ในฐานะที่ผมเคยเป็นเด็ก 8 ขวบ ชอบแต่งตัวเป็นคาวบอยวิ่งเล่นไปมา การเป็นนักแสดงเรื่องนี้ก็เหมือนการก้าวเข้าไปสู่โลกของ Westworld คุณต้องเรียนรู้ที่จะขี่ม้า ยิงปืน ใส่เสื้อผ้าคาวบอย มันเป็นเส้นทางที่น่าตื่นเต้น และโดยเฉพาะเท็ดดี้ สิ่งที่บันดาลใจเขาคือโดโลเรส เขาเห็นชีวิตสงบสุขของเขากับเธอ ได้ตั้งรกราก ขี่ม้าไปทางพระอาทิตย์ตกกับเธอ แต่เธอเติบโตและเปลี่ยนแปลงในแบบของเธอ ส่วนเขามีอดีตที่อยากจะทิ้งไว้ข้างหลัง เขาเป็นคนซับซ้อน และอาจจะไม่ได้รู้ตัวว่าตัวเองซับซ้อนแค่ไหน ผมสนุกที่ได้เล่นเป็นตัวละครที่ค่อยๆ มีความรู้สึกนึกคิดขึ้นมา”

“พออายุมากขึ้น ผมก็เลือกรับบทบาทที่ลึกขึ้น เท็ดดี้เป็นตัวละครที่ตื้นเมื่อเริ่มต้นเรื่องเพราะเขาเป็นหุ่นยนต์ เขายังไม่มีความรู้สึกลึกซึ้ง แต่เขาก็เริ่มเปลี่ยนไป พออายุมากขึ้นผมมองหาบทที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ตัวละครที่มีปมที่น่าสนใจ มีความขัดแย้งในตัว เท็ดดี้เป็นหนึ่งในตัวละครเหล่านั้น แล้วมันน่าสนใจเพราะผมไม่เคยเล่นเป็น เอ.ไอ. มาก่อน มันมีวิธีเล่นหลากหลายมาก เลือกได้ว่าจะมีระดับความเป็นมนุษย์มากน้อยแค่ไหน โจนาธานเลือกให้มีความเป็นมนุษย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมเล่นตัวละครนี้เหมือนเป็นคาวบอยจริงๆ เราต้องการให้ตัวละครพวกนี้เหมือนมนุษย์อย่างแยกไม่ออก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสวนสนุกนี้ถึงประสบความสำเร็จและมีคนมาเล่นมาก คุณหลุดเข้าไปในโลกวิดีโอเกม แล้วคุณก็แยกไม่ออกว่าใครคือโฮสต์หรือแขก จนกระทั่งคุณเหนี่ยวไก”

คุณผูกพันกับตัวละครนี้รึเปล่า

“ใช่ ในฐานะนักแสดง คุณต้องดึงเอาความคล้ายคลึงระหว่างคุณและตัวละครออกมา ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายคนนี้ แต่มีบางอย่างที่เราเหมือนกัน ศีลธรรม เป้าหมายทั่วไป สิ่งที่ผมอยากเป็น เท็ดดี้ก็คิดคล้ายๆ กัน เราชอบเล่นสนุก ขี่ม้า ยิงปืน และในตอนท้ายของวันก็อยากจะมีความมั่นคง มีความรัก เหมือนที่เท็ดดี้มีกับโดโลเรส”

ถ้ามีสวนสนุกแบบนี้จริงๆ เจมส์ มาร์สเดนจะเข้าไปเล่นรึเปล่า

“พวกคุณเข้าไปก่อนเลย (หัวเราะ) ผมว่าคงต้องไปนะ เหมือนมีคนบอกว่าคุณสามารถขึ้นยานอวกาศไปดวงจันทร์หรือดาวอังคารได้ คุณจะไปมั้ย มันเป็นโอกาสที่คุณต้องคว้าเอาไว้ ผมไม่รู้ว่าผมอยากไปรึเปล่า แต่ผมคงต้องไป มันท้าทายตัวตนมากว่าจริงๆ คุณเป็นคนยังไง ในโลกที่ทำอะไรก็ไม่มีผลกระทบตามมา ผมไม่แปลกใจที่จะเห็นคนทำตัวแบบในเรื่อง ผมอยากเข้ากับเพื่อนสนิท คนที่ผมรู้จัก แล้วดูว่าพวกเขาจะทำยังไงในสถานการณ์แบบนั้น

แต่ถ้าถามตัวผมตอน 8 ขวบ มันคงน่าสนุกมากที่จะเข้าไปในโลกคาวบอย ขี่ม้าบนเนินเขาสวยๆ ไปดวลปืน ถ้ามีใครจ่ายเงินค่าเข้า 40,000 เหรียญให้ผม ผมคงไป (หัวเราะ)”

เวสต์เวิลด์ ส่งผลยังไงบ้างกับคุณ

ตอนนี้มันออกไปอยู่ใน pop culture ในโลกออนไลน์ และมีทฤษฎีเกิดขึ้นมากมายว่าใครเป็นโฮสต์ ใครไม่เป็น เรื่องราวเกิดขึ้นในไทม์ไลน์เดียวกันรึเปล่า เรื่องนี้ทำให้ผมภูมิใจมาก ความสนใจของคนดูเป็นรางวัลสุดยอดที่ทำให้ผมรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่ดี คนมักถามผมว่า ‘คุณรู้มั้ยว่าหนังที่เล่นจะดังรึเปล่า’ คำตอบคือคุณไม่มีทางรู้หรอกครับ คุณได้แต่หวังว่ามันจะเป็น แต่ไม่มีทางรู้จนกว่ามันจะเกิดขึ้น พอเห็นผู้คนสนุกกับเรื่อง มันเป็นรางวัลที่ดีที่สุด”

“ผมเพิ่งไปถ่ายหนังที่นิว ออร์ลีนส์ พอเดินเข้าลิฟต์ก็ได้ยินเสียงคนเรียกว่า ‘เท็ดดี้!’ แล้วผมก็ตอบรับด้วย (หัวเราะ) ผมเป็นหุ่นยนต์ที่ดีนะ การถูกเรียกชื่อในเรื่องตามถนนเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ว่าเรื่องประสบความสำเร็จ ซีซั่นแรกยังไม่จบเลย มันทำให้ผมยิ้มได้และภูมิใจ เป้าหมายสูงสุดของศิลปินทุกสาขาคือคุณส่งผลกระทบต่อผู้คน เป็นแรงบันดาลใจให้คน คุณทำให้เขาหัวเราะ ร้องไห้ หงุดหงิด กังวลหรือกลัวได้ สิ่งที่แย่ที่สุดคือคุณไม่ส่งผลอะไรต่อผู้คนเลย ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลต่อสาธารณชนอย่างเห็นได้ชัด เรื่องจะเติบโตต่อไปและซับซ้อนขึ้น น่าสนใจขึ้น คนดูก็ฉลาดมาก พวกเขาจับได้หลายครั้งว่าเราวางอะไรไว้ ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่พิเศษนี้”

HBO มีชื่อเสียงเรื่องฆ่าตัวละครบ่อยๆ คุณกลัวมั้ยว่าตัวละครคุณจะตาย

“ผมคิดถึงปัจจุบัน ที่ตรงนี้ และการได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนี้ ผมมักบอกคนดูให้รอคอยเรื่องให้มันคลี่คลายออกมาตามกาลเวลา ไม่เดาเรื่องออกก่อนทุกอย่าง ผมก็ทำแบบนั้นในชีวิตจริงนะ เราอาจเครียดกับอนาคตว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนกังวลไปหมด นี่เป็นวิธีตอบอย่างนุ่มนวลว่า ใช่ กลัวสิครับ (หัวเราะ)”

ภาพ HBO

ภัทรียา พัวพงศกร

นักสะสมตั๋วละครเวทีและสูจิบัตร ยามว่างรับจ้างเขียนบทความ, ละครเวที, ละครทีวี, และทำงานผ่านเน็ตวันละหลายชั่วโมง

related post