12

X0809 : ดูโอ้สาวที่ซิงก์ความหลุดโลกเข้ากับซาวนด์อิเล็กทรอนิกสะดุดหู แถมสไตล์ก็สะดุดตา

ปลายปีที่แล้วดูเป็นช่วงเวลาทองของวงดนตรีนอกกระแสไทย เห็นได้จากซิงเกิลใหม่ซาวนด์แปลกๆ ที่หลายวงดนตรีอินดี้ทยอยปล่อยกันออกมา ยังไม่นับวงที่เราบังเอิญไปเจอตามงานศิลปะต่างๆ แต่กับ X0809 วงดนตรีอิเล็กทรอนิกป๊อปชื่ออ่านยากของสองสาว นท พนายางกูร และ เยล-อัญญา เมืองโคตร ที่โคจรมาร่วมงานกันอีกครั้งนั้นแตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่ซาวนด์ล้ำๆ ที่เปลือยความสามารถทางดนตรีของทั้งคู่ออกมาจนหมด แต่ภาพลักษณ์ที่ซ่าและแนวมากอย่างแฟชั่นของพวกเธอยังดึงดูดสายตาเราอีกด้วย

-30 (Minus Thirty) คือซิงเกิลแรกที่ทั้งคู่ปล่อยออกมาอย่างไม่เเคร์องศาอากาศประเทศไทย ดนตรีอิเล็กทรอนิกแปลกหู บวกกับวิชวลสุดตื่นตาในมิวสิกวิดีโอที่ทำให้เราได้เห็นเป็นลายเซ็นของนทและเยลชัดมากขึ้น เลยทำให้เราต้องมานั่งพูดคุยกับสองสาวในอุณหภูมิแสนระอุตอนนี้

เล่าที่มาของเพลง -30 ให้ฟังหน่อย

เยล: เคยไปถามเพื่อนที่เป็นหมอ เขาบอกว่า -30 องศาเซลเซียสคืออุณหภูมิของหัวใจที่คนเราจะอยู่ได้โดยไม่ตาย เพลงนี้เราเขียนไว้นานมากแล้ว พอคิดว่าต้องมีซิงเกิลของตัวเองกันได้แล้วก็เลยเอาเพลงนี้มาโปรดิวซ์ใหม่กับนทจริงๆ เรากะจะปล่อยเพลงตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ทำไปทำมาก็ไม่ทัน เพราะเราทำทุกอย่างกันเอง พอไม่มีค่ายก็ยากหน่อย แต่ดีแล้วที่ออกมาจนได้ เพราะว่าต่อไปก็คงจะง่ายขึ้นแล้วแหละ

วัตถุดิบในการทำเพลงของวง X0809 มาจากไหนบ้าง

เยล: ก็ทั่วๆไปรอบตัวเรา ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงแรนด้อมที่เราอัดแล้วก็เอามาแทรกในเพลงนั้นๆ อย่าง -30 นทฟังแล้วรู้สึกว่าต้องมีเสียงอะไรที่รู้สึกถึงการตีจริงๆ ตัวบีทต้องมีมิติกว่านี้ เราก็เลยไปอัดเสียงตีเหล็กกัน ปึง ปึง ปึง แล้วก็เอามาซ้อนกับเสียงกลอง
นท: ตีเหล็กมาเป็นเสียงเครื่องดนตรีไฮแฮท ตีถังมาเป็นเสียงเบส แล้วก็เอามาซ้อนกัน เราจะเน้นใช้เสียงที่เราอัดมาทำเป็นเพลง

ฟีดเเบ็กจากเพลงแรกเป็นไงบ้าง

เยล: ก็เกินคาด คนฟังไม่คิดว่าจะทำอะไรใหม่ขนาดนี้ แต่ไม่ใช่ว่าดีเกินคาดนะ...แปลกเกินคาด (หัวเราะ)
นท: หลายคนก็บอกว่าขอบคุณที่กล้าทำอะไรแปลกใหม่ดีจริงๆ เราไม่ได้คาดหวังให้คนเข้าใจมากอยู่แล้ว เราแค่อยากทำเราก็เลยทำ แค่คิดว่าสักวันหนึ่งเขาก็คงจะเข้าใจ แล้วก็คิดว่าไอ้นี่มันทำเร็วดีเนอะ

แสดงว่าจริงๆ เทรนด์ดนตรีอิเล็กทรอนิกก็เริ่มมีกระแสมาตั้งนานแล้ว

นท: ในเมืองนอกมีกระแสมานานมาก เราเชื่อว่าทุกคนฟังมานานแล้ว แค่ยังไม่มีใครฟังจริงๆ จังๆ
เยล: นิยามดนตรีอิเล็กทรอนิกของคนไทยเขาจะนึกถึงแต่ EDM หรือเพลงตื๊ดๆ แต่จริงๆ แล้วอิเล็กทรอนิกก็คือเพลงทั่วไปที่ทุกคนฟังกัน แค่ไม่ได้เรียกว่าอิเล็กทรอนิก ทุกคนไปเรียกว่าป๊อปหรือ R&B มากกว่า แนวเพลงมันคาบเกี่ยวกัน เพราะอิเล็กทรอนิกมันกว้างมาก

นทกับเยลเคยทำดนตรีร่วมกันในวง The Krrrrr มาก่อน แล้วจับคู่มากลายเป็น X0809 ได้ยังไง

นท: มันเกิดจากนทไปฝึกงานที่นิวยอร์ก แล้วก็ได้ไปรู้จักกับรุ่นพี่ที่นั่น ไปเล่นดนตรีกัน นทไปอยู่ 2 เดือน ได้เล่นดนตรีที่นั่น 3 ครั้ง เราจัดกันเอง เชิญคนมาดู ทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ยากเลยกับการที่จะตั้งวงแล้วมีโชว์เป็นของตัวเอง ทำตามฝันของตัวเอง แค่เราพยายาม เพราะ 2 เดือนที่อยู่ที่นั่นเราทำทุกวิถีทางที่จะไปเล่นดนตรีทำโชว์ ตอนนั้นไฟแรงมาก พอกลับมาก็เลยชวนพี่เยลทำวงด้วยกัน

แล้วถ้ามองกลับมาที่ไทย โอกาสแสดงโชว์อย่างนั้นมีมากแค่ไหน

นท: ในไทยจริงๆ เราก็ทำได้ เพราะเรามีคอนเนกชันเยอะกว่า คนรู้จักเราก็เยอะกว่า แต่เรารู้สึกว่าคนยังไม่ค่อยเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เท่านิวยอร์ก
เยล: เราว่าเพราะคนยังไม่รู้ด้วยแหละ มันเป็นอะไรที่ใหม่ แต่ถ้ามีมาเรื่อยๆ แล้วเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่ายังไงเดี๋ยวมันก็มาอยู่ดี เหมือนวงการศิลปะอะ เราต้องช่วยๆ กันทำให้คนรับรู้ว่ามันมีอย่างนี้อยู่นะ

ถ้างั้นจะมีวิธีสื่อสารยังไงให้คนกลุ่มใหม่ๆ ที่อาจยังไม่รู้จักเพลงแนวนี้ได้ลองฟังเพลงของเรา

นท: น่าจะจัด Live Show นี่แหละ ตอนนี้เรากำลังวางแผน นั่งทำเพลงของตัวเองเรียงเพลงกันอยู่ว่าต้องทำยังไงให้มันสื่อสารออกมาง่ายที่สุด ด้วยความที่เราทั้งคู่มีพื้นฐานด้านออกแบบอยู่แล้ว เลยเอามันมาบวกกับการทำเพลง เราอยากทำให้โชว์ของเราเป็นวิชวลอาร์ตที่ต้องสื่อสารในหลายๆ อย่างไม่ใช่แค่เสียงอย่างเดียว ให้มันมีภาพ มีไฟ การเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ทำให้คนเข้าใจเรามากขึ้น
เยล: ความฝันอีกอย่างหนึ่งของเราก็คืออยากออกแบบเวทีเองตอนเราเล่นสด เหมือนเวลาที่แสงเข้ากับบีทที่เราเล่น เราคิดว่ามันน่าสนใจมากเลย
นท: ด้วยความที่เราไม่มีค่าย มันทำให้เราทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองจากฐานของการคิดการวางแผนอะไรต่างๆ อาร์ตไดเรกชัน กราฟิก โลโก้วง หรืออาร์ตเวิร์กต่างๆ เราก็ทำเอง ไม่ต้องไปจ้างคนอื่น ก็ยิ่งทำให้เราชัดเจนมากขึ้นว่าเราเป็นยังไง

อย่างลิปสติกบนขอบตาเยลก็เป็นสไตล์ของวงอย่างหนึ่งเหมือนกัน

นท: เราเป็นคนที่ชอบจับคนอื่นมาแต่งตัวมากๆ แล้วพี่เยลเป็นคนไม่ชอบแต่งตัวก็เลยจับแต่งให้
เยล: ตอนแรกนทบอกว่าเดี๋ยวจะแต่งด้วยกันนะ พอมันเขียนตาเราเสร็จ ก็บอก 'เราไม่เขียนนะ' ทาแค่ปากแล้วก็ลงมาเลย เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง
นท: (หัวเราะ) ก็บาลานซ์ไง ถามว่าทำไมวงเราให้ความสำคัญกับแฟชั่น เพราะแฟชั่นก็คือวิชวลอย่างหนึ่งเหมือนกัน เราให้ความสำคัญกับทุกๆ รายละเอียดในโปรดักชัน ไม่ใช่แค่ดนตรี แบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ก็เลยชอบร่วมงานกับเรา


ถ้าให้ตั้งชื่อคอลเลกชันเสื้อผ้าที่ใส่มาวันนี้จะชื่ออะไร

นท: คอลเลกชันวันนี้คือปฏิบัติธรรม อารมณ์เหมือนเราเพิ่งไปปฏิบัติธรรมมาแล้วมีงานต่อ ก็เลยต้องรีบทำอะไรเร็วๆ งั้นทาปากแดงมาเพิ่มแล้วกัน (หัวเราะ)

จากนท เดอะสตาร์ สาวอะคูสติก เล่นอูคูเลเล่ กลายมาเป็นสาวอินดี้ที่รักดนตรีแนวทดลองแบบนี้ได้ยังไง

นท: จริงๆ เราชอบดนตรีแนวนี้ตั้งนานแล้ว แต่ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างทำให้บริษัทพรีเซนต์เรามาทางนี้ไม่ได้เพราะคนจะไม่เข้าใจ เขาก็ทำยังไงให้คนชอบเราง่ายๆ ก่อน ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้ว วางให้เราดูน่ารักๆ ให้คนรักเราก่อน แล้วค่อยๆ ปล่อยความเป็นตัวเราออกมาทีละนิด ถ้าปล่อยมาตู้มเดียวหลายคนก็อาจงงว่าอีบ้านี่เป็นอะไร (หัวเราะ)
เยล: เราคอนเฟิร์มว่านทเป็นแบบนี้ บ้ามาตั้งนานแล้ว ตอนแรกที่นทเข้าคณะมาก็มีแต่คนเรียกน้องนทๆ เราก็ อี๋...เดอะสตาร์เหรอ (หัวเราะ) แต่พอรู้จักกันแล้วภาพนทไม่เหมือนกับที่เราเห็นในสื่อ เป็นคนชิลล์มากและบ้าๆ บอๆ พอกัน

แล้วแฟนๆ ของนทว่ายังไงบ้างหลังเราพรีเซนต์ตัวเองในฐานะศิลปินวง X0809

นท: ก็มีกลุ่มหนึ่งที่ยังตามเราอยู่ และมีอีกหลายๆ กลุ่มที่หายไปเลย แต่เราไม่โทษเขาหรอก เพราะว่าเราก็เข้าใจจริงๆ แล้วเราไม่ได้เปลี่ยนไปนะ เราแค่โตขึ้นและเป็นตัวเองมากขึ้นแค่นั้นเอง แต่ก็ยังขอให้เขาติดตามผลงานของเราที่เข้าใจง่ายๆ อยู่นะ อย่างผลงานการแสดงและเพลงที่เราไปร้องร่วมกับศิลปินคนอื่น

ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากแต่ก่อนที่เราอยู่ค่ายใหญ่แล้วเพิ่งออกมาทำเพลงด้วยตัวเอง

นท: มันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย คือเวลาอยู่ในค่าย พูดตรงๆ เลยคือมันสบายแต่ไม่สนุก แต่พอเราออกมา มันสนุกมาก แต่ไม่สบายเลย เกิดอะไรขึ้นปั๊บเรารับคนเดียว ไม่มีอะไรมาเซฟเราเลยก็ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองหมดทั้งทางรูปธรรมและอารมณ์ เราต้องอยู่กับมันให้ได้ อย่างบางงานเราโดนเอาเปรียบแต่จะไปนิสัยแย่ใส่เขาก็ไม่ได้ทั้งๆ ที่อยากทำมาก แต่เพราะเราอยู่ข้างหน้า ก็ต้องหาวิธีที่พูดคุยกับเขา แต่การอยู่คนเดียวก็ทำให้เราโตขึ้นเยอะเลยนะ

มีกรอบอะไรมั้ยที่จะมาครอบการสร้างสรรค์งานของ X0809 ได้

นท: มีนะ กรอบของเราคือเงิน (หัวเราะ)
เยล: อีพีนึงมันใช้เงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ ตอนแรกเราไม่เคยทำกันเองมาก่อน แต่พอผ่านเพลงแรกมา เฮ้ย! ติดหนี้ว่ะ (หัวเราะ) ล้มละลายว่ะ
นท: -30 เลย ลบมากกว่าสามสิบอีก
เยล: เข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่ทำเพลงเขาไม่ออกอัลบั้มกันสักทีนะ เพราะมันไม่มีตังค์นั่นเอง
นท: ตอนนี้เราเลยกำลังทำอีพีร่วมกับ asiola มันเป็นการระดมทุนเเบบหนึ่ง ไม่ใช่ขายตรงนะ แต่เหมือนกับคุณให้เงินเรามา แล้วแลกสิ่งตอบแทนตามที่คุณเลือก มีทั้งเพลงของเรา อัลบั้ม แผ่นไวนิล กระเป๋าผ้า เสื้อยืด รวมถึงไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกับเรา ก็อยากให้ทุกคนลองเข้าไปดูกัน

ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา คิดว่า X0809 จะไปไกลเเค่ไหน

นท: ซื้อสลอตไทม์เล่นที่ Glastonburry Festival เลยค่ะ ไม่ต้องรอเขาเชิญเลย ถ้าเงินไม่ใช่ขีดจำกัดนะ บินไปเล่นทั่วโลกเลย เขาไม่จ้างเรา เราไม่สน เราเอาเงินโยนใส่
เยล: แกเอาฉันขึ้นเดี๋ยวนี้นะ! อะไรอย่างนี้ แต่ในชีวิตจริงไม่มีไง ต้องแบบอ้อนวอน พี่ๆ ขอเล่นหน่อย

นทและเยลดูทำอะไรมาหลายอย่างมาก สะสมประสบการณ์มาเยอะทั้งที่ยังเด็กอยู่ ตอนนี้คิดว่าใช้ชีวิตคุ้มค่าหรือยัง

เยล: เราโอเคแล้วนะ เเต่ถ้ามองไปในอนาคตก็รู้สึกว่ามันจะคุ้มยิ่งกว่านี้อีก เพราะว่าเรามีโปรเจกต์เยอะมากในตอนนี้ แล้วก็น่าตื่นเต้นมาก จะมีคนเก่งๆ หลายคนมาร่วมสนุกด้วย ต้องรอติดตามตอนปลายปี

คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คนเก่งๆ อยากมาร่วมงานกับวง X0809

เยล: ความบ้า มันคงดูแปลกตรงที่เราเป็นเด็กสองคนที่เล่นดนตรีและร้องเพลงกันทั้งคู่ เราเป็นฟิวชัน และไฮเปอร์ อยากทำอะไรก็ทำ จริงๆ เราชอบทำทุกอย่างเลยนะ อยากลองหลายๆ อย่าง
นท: แล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะว่าเราสวยค่ะ

ภาพ ลักษิกา แซ่เหงี่ยม
กำกับและตัดต่อ อภิวัฒน์ ทองเภ้า

ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี

กองบรรณาธิการ a team junior 12 ผู้เพิ่งมาเริ่มเขียนจริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานมานี้ ชอบโดยสารรถประจำทางของภาครัฐ สนใจเเละอยากรู้อยากเห็นในแสงสีความบันเทิงทุกรูปแบบ

ลักษิกา แซ่เหงี่ยม

ช่างภาพ a team junior 12 ผู้ถูกชะตากับอาหารที่มีสีส้มเกือบทุกชนิด และรักกะเพราไก่ (ใส่แครอท)

อภิวัฒน์ ทองเภ้า

วิดีโอครีเอเตอร์ a team junior 12 ที่เริ่มเรียนรู้ชีวิตหลังเรียนจบในออฟฟิศ a day เคยเชื่อว่าการอยู่กับปัจจุบันที่สุดคือการใช้เงินแบบไม่ต้องเก็บ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อแล้ว

related post