03

5 จุดนั่งจิบกาแฟในร้านอย่างเหงาๆ แบบแอบบอกให้เขารู้ว่าเราอยากมีเพื่อนใหม่

ในโตเกียวมีร้านกาแฟดีๆ มากมายหลายร้อยร้าน แค่คิดจะตระเวนชิมให้ครบก็เหนื่อยแล้ว แต่ด้วยเอกลักษณ์ของแต่ละร้าน ทั้งตัวกาแฟและการตกแต่งภายในอันแสนกรุบกริบโคซี่ ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะหาเวลาแวะไปนั่งและเพลิดเพลินไปกับมัน ข้อดีอย่างหนึ่งของร้านกาแฟญี่ปุ่นคือ เราไปนั่งกินคนเดียวได้แบบไม่ต้องเขินมากนัก เพราะมีคนที่มาเดี่ยวๆ เยอะพอๆ กัน คนที่มาเป็นหมู่คณะเองก็รักษามารยาทและบรรยากาศกรุบกริบมวลรวมด้วยการคุยเสียงเบาๆ ไม่รบกวนคนอื่น ทำให้เราไม่รู้สึกหงุดหงิด อิจฉาริษยา (เว้นเสียแต่ว่าจะมีคนมานั่งออดอ้อนกันออกนอกหน้า ซึ่งส่วนมากเขาไม่มาอ้อล้อกันที่นี่หรอก เย่)

ทั้งนี้ทั้งนั้น กาแฟก็ดี ร้านก็สวย บาริสต้าก็ (อาจจะ) น่ารัก เราจะไปนั่งกินคนเดียวเหงาๆ แบบเศร้าๆ ทำไม เลือกมุมให้ดีอาจมีประโยชน์ต่อความกระชุ่มกระชวยทางอารมณ์ของเราด้วย

1. นั่งหน้าเคาน์เตอร์

แอบเล็งพี่บาริสต้า ขอเชิญนั่งตรงนี้ ด้วยความเป็นประเทศที่พื้นที่เล็ก ร้านรวงต่างๆ ก็มักจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ยิ่งร้านเล็กๆ เน้น take out หรือร้านที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ คงมีแค่เคาน์เตอร์และเก้าอี้ไม่กี่ตัว เราก็ฉวยโอกาสนี้นั่งชื่นชมเทคนิคการชงกาแฟของพี่บาริสต้าอย่างใกล้ชิดซะเลย คนกลุ่มนี้ส่วนมากจะมีความเฟรนด์ลี่สูงอยู่แล้ว บางคนชอบพูดภาษาอังกฤษ มีความพิศวาสลูกค้าต่างชาติเป็นพิเศษ รับรองว่าได้ความรู้เรื่องกาแฟอันเป็นจุดประสงค์หลักของเรากลับบ้านอย่างแน่นอน (แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้น อันนี้ต้องจัดการเองนะ)

2. นั่งโต๊ะรวม

เดี๋ยวนี้เห็นหลายร้านเริ่มใช้โต๊ะยาวๆ โต๊ะเดียวตั้งกลางร้านให้ลูกค้ามานั่งรวมๆ กันเยอะมากขึ้น คนที่เลือกนั่งตรงนี้ไม่ได้มาคนเดียวเสมอไป แต่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เพื่อนใหม่จากความใกล้ชิดที่เกิดจากความบังเอิญ และเพียงเราเสริมความจงใจเล็กๆ เล็งมุมก่อนหย่อนตัวนั่งว่าอยากนั่งข้างใคร ก็อาจจะได้เพื่อนใหม่ชวนฝันที่ชอบกาแฟเหมือนๆ กัน ถ้าคนไม่เยอะมาก นั่งคนเดียวเงียบๆ ก็โดดเด่นดี ตอนมีคนมาถามว่าข้างๆ หรือฝั่งตรงข้ามว่างไหม (ซึ่งก็มักจะถามแหละ ถึงจะเห็นว่ามาคนเดียว คนที่นี่เขามารยาทดี อิอิ เข้าทางเรา) จงสแกนให้ไวแล้วปรับระดับความเป็นมิตรในตัวตามสมควร

3. นั่งใกล้ปลั๊ก

ถึงจะบอกให้นั่งใกล้ปลั๊ก แต่อย่าเอาคอมไปทำงานนะ เดี๋ยวไม่มีคนเข้ามาคุยด้วย 555 เรามานั่งดักคนอยากใช้ปลั๊กต่างหาก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เราอาจจะทำให้คนที่มาขอแชร์กระแสไฟใจเต้นผิดจังหวะไปเลยก็ได้ ถ้าแค่ชาร์ตมือถือก็ดีไป อาจมีโอกาสได้คุยกันนิดๆ แต่ถ้าแบกคอมมาทำงานจริงจัง ก็ขอให้เป็นชายผู้มุ่งมั่นกับการงานอย่างมีความกรุบกริบละกัน

4. นั่งหันหน้าเข้ากระจก

กระจกในที่นี้ หมายถึงกระจกใสๆ หน้าร้าน ที่มักจะมีเคาน์เตอร์ไม้เล็กๆ ให้คนไปนั่งจิบกาแฟเงียบๆ อย่างเป็นส่วนตัว พลางมองผู้คนที่สัญจรไปมาอยู่ด้านนอก นั่งตรงนี้แปลว่าเราสิ้นหวังกับบาริสต้าและลูกค้าในร้านแล้ว เลยส่งสัญญาณออกไปให้ไกลอีกหน่อยคือ คนข้างนอก คิดซะว่าเราคือดิสเพลย์ของร้าน ทำงานเป็นนางกวักเรียกลูกค้า จิกหน้า นั่งสวย จิบเก๋ๆ อย่างมีจริต

5. นั่งไหนก็ได้ แต่ไปบ่อยๆ วันเวลาเดิม

มุมนี้เพื่อนบอกมา (อีกแล้ว) นางเคยใช้มุกนี้กับร้านอิซะกะยะ (ร้านกินดื่มสังสรรค์แบบแสงสว่างส่องถึงของญี่ปุ่น) ไปวันเดิม เวลาเดิม สั่งของอย่างเดิมสักระยะ ไม่พนักงานร้านก็ลูกค้าประจำ จะต้องจำเราได้ และนำไปสู่การผูกมิตร เม้าท์มอยและรู้จักเพื่อนใหม่ที่อาจกลายเป็นเพื่อนสนิทได้ในอนาคต อนึ่ง มีโอกาสมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ที่พนักงานหน้าตากรุบกริบของร้านเป็นนักศึกษาที่มาทำงานพาร์ตไทม์ ถ้าจะให้ดีควรสังเกตด้วยว่าเข้างานวันไหน กี่โมง จะได้ไม่แป้กเวลากลับมาแล้วพบว่า วันนี้ไม่ใช่เวรเขา

ลองดูบรรยากาศและการจัดวางโต๊ะของร้านที่ไปแล้วตัดสินใจอีกทีก็ได้ แต่อย่างหนึ่งที่ต้องไม่ลืมคือ กินบ่อยๆ = เปลือง และลูกค้าผู้หญิงก็มีเยอะนะจ๊ะ

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

related post