36

ตามไปดูงานศิลปะและทำความฝันให้เข้าใกล้ความจริงมากยิ่งขึ้นที่งาน 'SangSom DekSaiSilp'

การเป็นคนทำงานศิลปะที่ต้องข้องเกี่ยวกับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในช่วงเวลาของการเริ่มต้นเดินตามความฝัน การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านศิลปะจึงเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เรามีมุมมองใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน เพราะเราเชื่อและสนับสนุนการมอบประสบการณ์ทางด้านศิลปะให้กับคนที่มีฝัน เลยเป็นเหตุผลให้เราเดินทางไปที่งาน 'SangSom DekSaiSilp' ที่จัดขึ้นทั่ว 5 จังหวัดของไทยให้เป็นพื้นที่พบปะและรวมตัวกันของเหล่าวัยรุ่นหัวใจศิลป์ทั่วประเทศ โดยงานที่กรุงเทพมหานคร จัดไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ที่สนามกีฬาจรัญ บุรพรัตน์

ทันทีที่ประตูเปิดตั้งแต่เวลาห้าโมงเย็น เราก็พบมวลความสนุกและสีสันของงานที่แทรกตัวอยู่ในกิจกรรมหลากหลายทั่วพื้นที่จัดงาน เริ่มกันตั้งแต่การแต่งกายของผู้มาร่วมงานที่จัดเต็มในชุดเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี แบบไม่มีใครยอมใคร แถมทุกคนยังพร้อมเปิดรับเพื่อนใหม่แบบไม่มีก๊วน

โซนกิจกรรมนันทนาการและเกมสนุกๆ ที่ให้เด็กสายศิลป์แต่ละคนมาออกไอเดียหัวศิลป์ประชันกันผ่านการแต่งแต้มสีสันบนผืนผ้าใบจนเป็นงานศิลปะที่ทุกคนมีส่วนร่วมกัน ใกล้ๆ นั้นเป็นโซนตลาดศิลปะที่เต็มไปด้วยสินค้าทำมือน่ารักๆ เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และชิ้นงานศิลปะมีสไตล์ที่ปลูกปั้นโดยนักฝันรุ่นใหม่มาวางขายให้เลือกซื้อกัน

โซน Street Art ที่จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินร่วมสมัยหลายคนก็ได้รับความสนใจไม่น้อย ทั้งงานของ Alex Face, Sahred Toy, Phai A.M.P. และ NDTM ที่แต่ละคนมาลงมือสร้างสรรค์และวาดให้เราดูกันสดๆ

ปิดท้ายด้วยโซนคอนเสิร์ตที่เริ่มทยอยสร้างสีสันด้วยโชว์จากวงดนตรีต่างๆ ให้เราฟังกันตั้งแต่เย็นย่ำแล้ว ทั้ง The Parkinson, Srirajah Rockers, T-Bone, Scrubb, Polycat และที่ขาดไม่ได้คือ Greasy Cafe ที่ เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร ขึ้นบรรเลงบทเพลงเติมเต็มเชื้อไฟให้เด็กสายศิลป์ทุกคนที่มาเจอกันในงานครั้งนี้กลับไปพร้อมความสุขที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

คนรุ่นใหม่ผู้มีความฝันและความตั้งใจที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ในครั้งหน้า สามารถติดตามได้ที่ facebook.com/sangsomexperience

ภาพ SangSom Experience

ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต

อดีตกองบรรณาธิการ a team junior 9 ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการเว็บไซต์ adaymagazine.com ชอบใช้เวลาว่างไปกับการเที่ยวเล่นทั่วกรุงเทพฯ ไม่น้อยไปกว่านอนเล่นเฉยๆ ที่บ้านแถบชานเมือง พยายามฝึกภาษาญี่ปุ่นให้เข้าใจแต่ก็ดันเกลียดคันจิเข้าไส้

related post