02

ยืนมองเช็งเม้งไม่เป็นเช่นเคย

สำหรับลูกหลานชาวจีน สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าแดดร้อนระอุช่วงต้นซัมเมอร์ คือการไปเช็งเม้ง

จะไม่หลอนได้อย่างไร ก็กิจกรรมไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน (หรือฮวงซุ้ย) ของครอบครัวจีนนั้นเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ดุเดือด อาทิ ฝูงญาติที่รวมตัวกันคุยจ้อด้วยภาษาไทยปนจีน เป็ดไก่หมูเรียงหน้ามาเป็นตับ ควันโขมงจากธูปเทียนกระดาษเงินกระดาษทอง เสียงประทัดเปรี้ยงปร้างยาวเหยียด ฯลฯ แถมความชุลมุนเหล่านี้ดันเป็นกิจกรรมที่ยกไปเกิดขึ้น ณ สุสานกลางแจ้ง ดีกรีความดุเดือดจึงพุ่งสูงปรี๊ดจนหนุ่มสาวยุคเจนวายรังเกียจการไปเช็งเม้งเข้าไส้

แต่พออยู่กันไปนานปีเข้า จากความอี๋เริ่มกลายเป็นความอ๋อ จากที่ทำตามไปอย่างงั้นก็เริ่มทำความเข้าใจ ฉันเริ่มปรับตัวและกลายร่างเป็นคนจีนรุ่นใหม่ใส่ใจบรรพบุรุษ ค้นพบวิธีอยู่กับกิจกรรมเช็งเม้งอย่างสุขกายสบายใจจนอยากแนะนำให้ลองทำตาม แล้วคุณอาจพบความสุขแบบที่ไม่เคยมาก่อน

1. จัดเต็มในชุดเสื้อผ้าคอลเลกชันซัมเมอร์
แดดร้อนเป็นอุปสรรคอันดับแรกที่ทำให้เราอิดออดกับการไปเช็งเม้ง เคยคิดสงสัยว่าทำไมต้องมาเช็งเม้งกันเอาตอนที่ร้อนที่สุดของปี ทำไมไม่ไหว้ตอนปลายปีที่อากาศเย็นๆ (กว่านี้หน่อยนึง) ล่ะ ถามหม่าม้าจึงได้ความว่าช่วงเดือน 3 ตามปฏิทินจีน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ใบหญ้าที่จีนเขียวชอุ่มเหมาะแก่การชมทิวทัศน์ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมการไปไหว้บรรพบุรุษที่สุสานแทนการไหว้อยู่บ้าน (คำว่า เช็งเม้ง ก็แปลว่าช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส) แต่พอไทยรับธรรมเนียมจีนมาใช้ดันตรงกับช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงวันที่ 5 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงแดดร้อนระอุ เกินความแจ่มใสไปมากโข

ไหนๆ ก็เลี่ยงธรรมเนียมไม่ได้ คนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ที่ไหวตัวทันจึงรีบไปเช็งเม้งตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมซึ่งแดดยังไม่ร้อนมาก และรีบไหว้ให้เสร็จก่อนเที่ยงวัน แต่สำหรับคนที่ไหวตัวเลี่ยงแดดไม่ทันเพราะติดภารกิจในชีวิต อย่ากลัวไปค่ะ ขอแนะนำให้คุณสนุกกับการแต่งตัวในคอลเลกชันซัมเมอร์ให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการบรรจงเลือกหมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดที่ปกป้องดวงตาตี่ๆ ของคุณ เลือกชุดที่มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย พลิ้วไหวตามแรงลมและควันธูป ซับเหงื่อได้ดีไม่เหม็นหรืออับชื้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่ควรเปิดเผยเนื้อหนังมากด้วยเหตุผลของกาลเทศะ แถมเสื้อผ้ามิดชิดนั้นยังช่วยกันผิวของคุณไม่ให้สุกด้วยนะ อ้อ! อย่าลืมว่าการไปเช็งเม้งตามสุสานนั้นจะทำให้คุณพบเจอหนุ่มสาวลูกหลานชาวจีนมากหน้าหลายแซ่ในวัยไล่เลี่ยกันมากมาย อาจมีเนื้อคู่ของคุณอยู่ที่นั่นก็ได้ ใครจะรู้ เพราะฉะนั้นแต่งตัวดีๆ มีชัยนะหนู

2. เตรียมท้องสำหรับบุฟเฟต์อาหารกลางวัน
ของไหว้ในงานเช้งเม้งเป็นอะไรที่เยอะแยะมากมายที่สุดในบรรดาการไหว้ของคนจีน ด้วยเหตุที่คนจีนเชื่อว่าคนตายยังมีชีวิตอยู่ในอีกโลกหนึ่ง การเดินทางมาไหว้อากงอาม่าที่เสียไปแล้วที่สุสานเพียงปีละครั้งจึงเป็นวาระสำคัญมากๆ ที่จะได้ทำอาหารชุดใหญ่มาให้พวกแกได้กิน จึงจัดมาทั้งของคาวแบบเป็นตัวๆ อย่างเป็ด ไก่ ปลา ข้าวและกับข้าวที่อากงอาม่าชอบ ขนมและของหวานอย่างซาลาเปาและจูชังเปี้ย (ขนมเปี๊ยะสำหรับเช็งเม้งโดยเฉพาะ) แถมยิ่งมีการรวมตัวกันของพี่น้องในตระกูล ต่างครอบครัวต่างก็เอาอาหารมาสมทบกันทำให้จำนวนและปริมาณนั้นยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก

สุดท้ายก็เป็นหน้าที่ของลูกหลานอย่างเราๆ นี่แหละที่ต้องรับผิดชอบด้วยการโซ้ยอาหารเหล่านั้นเมื่อไหว้เสร็จ บางครอบครัวถึงกับจัดโต๊ะที่ส่วนกลางของสุสานแล้วกินกันตรงนั้นเลยก็มี ดังนั้นควรเคลียร์กระเพาะให้ว่างพร้อมรับอาหารมากมายที่มีเยอะจนสามารถเลือกตักกินสิ่งที่ชอบได้ตามใจเลยแหละ กินบุฟเฟต์ที่ไหนก็ไม่คุ้มเท่ากินอาหารเช็งเม้งแน่นอน

3. สร้างงานศิลปะที่ทำจากกระดาษ
เวลาไปที่สุสาน ถ้าเห็นกระดาษสายรุ้งหลากสีโปรยบนหลุมศพไหน จะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าลูกหลานของบรรพบุรุษในหลุมศพนั้นได้มาเยี่ยมเยียนและแสดงความกตัญญูแล้ว สำหรับคนตาย การประดับกระดาษสีนั้นก็เหมือนกับเสื้อผ้าใหม่ แต่สำหรับคนเป็น การโปรยสายรุ้งอาจนับว่าเป็นการสร้างงานศิลปะได้อยู่ ตั้งแต่การเลือกสีของกระดาษ หากคุณเป็นคนที่ชอบความละมุนละไม ลองเลือกใช้กระดาษสีพาสเทลแทนแม่สีสดใสก็เปลี่ยนมู้ดแอนด์โทนของหลุมให้ดูซอฟต์ลงไปได้ หรืออาจออกแบบวิธีการโปรยและจัดวางกระดาษสีให้ดูเป็นกราฟิกมากขึ้น เช่น เรียงเป็นตาราง อาจจะเท่ไปอีกแบบ ถือเป็นการสร้างศิลปะที่แปลกใหม่โดยไม่นับว่าผิดหรือลบหลู่ธรรมเนียมของคนจีนแต่อย่างใด

นอกจากกระดาษโปรยบนหลุมศพ ยังมีกระดาษเงินกระดาษทองและสิ่งของที่จำลองขึ้นด้วยกระดาษซึ่งเป็นไฮไลต์อีกอย่างของเช็งเม้ง ลูกหลานชาวจีนหลายคนต้องเคยช่วยพ่อแม่พับโอริกามิสไตล์จีนมาแล้ว ซึ่งนับเป็นการฝึกทักษะศิลปะในการพับกระดาษที่เจ๋งยิ่งกว่าไปเข้าคลาสเวิร์กช็อปที่ไหน แถมไม่เสียเงินค่าเรียนเลยสักบาท ขอให้ลองพับ เชื่อพี่

4. เดินดูทำเลของตัวเองในอนาคตแบบชิลๆ
เสร็จจากกิจกรรมเยี่ยมหลุมศพของบรรพบุรุษตัวเอง อยากให้ลองกางร่มเดินสังเกตการณ์ที่หลุมเพื่อนบ้านโดยรอบ จะสังเกตเห็นว่าตัวอักษรชื่อจีนบนป้ายหินหน้าหลุมศพจะมีสีที่แตกต่างกัน หากเป็นตัวอักษรสีแดง หมายถึงหลุมนั้นเป็นของคนที่เสียชีวิตแล้ว แต่หากเป็นสีเขียวหมายถึงหลุมศพนั้นเป็นของคนเป็นที่มาจับจองที่นอนของตัวเองไว้ล่วงหน้าก่อนตาย (บางคนซื้อไว้เพราะวางแผนล่วงหน้าจริงๆ แต่บางคนก็ซื้อไว้เพราะถือเคล็ดว่าจะอายุยืน!) ส่วนใหญ่หนึ่งหลุมจะฝังด้วยกันเป็นคู่สามีภรรยา (บางหลุมก็มีที่ให้ภรรยาคนที่ 2 หรือ 3 ด้วย) แน่นอนว่าราคาของฮวงซุ้ยนั้นถูกแพงตามขนาดและทำเลที่ตั้ง ไม่ต่างอะไรกับซื้อคอนโดเลย แถมบางที่ยังราคาเป็นหลักแสนหรือมากกว่านั้นอีกด้วย

เรื่องตายเป็นเรื่องธรรมชาติ หากมีทุนทรัพย์แนะนำให้เดินเลือกทำเลแล้วจับจองไว้ล่วงหน้าไปเลย หรือถ้าดูราคาแล้วสู้ไม่ไหว แนะนำให้ทำตามแบบคนจีนยุคใหม่ที่ไม่นิยมฝังศพกันแล้ว แต่เลือกเผาตามแบบคนไทยแล้วนำอัฐิไปเก็บไว้ที่วัดแทน แต่ถ้าไม่อยากคิดล่วงหน้ากับชีวิตขนาดนั้น การเดินชมฮวงซุ้ยอาจจะให้ประโยชน์ในแง่ที่ทำให้เราหันมาตระหนักถึงชีวิตในแต่ละวัน แล้วใช้ให้คุ้มค่ามากขึ้นก็เป็นได้ โอ คมคาย

5. วางแผนเที่ยวต่อ จะได้ไม่เสียเที่ยว
ไหนๆ สุสานชื่อดังที่มีขนาดใหญ่มักอยู่ตามต่างจังหวัดซึ่งไม่ไกลกรุงเทพฯ มาก อย่างชลบุรีและสระบุรี และไหนๆ เช็งเม้งก็เป็นกิจกรรมที่รวมญาติได้เป็นกลุ่มเป็นก้อนมหาศาล บางคนอาจได้พบหน้ากันปีละครั้งเดียวที่งานนี้ แนะนำอย่างยิ่งยวดว่าให้วางแผนท่องเที่ยวกระชับความสัมพันธ์ในหมู่เครือญาติไปเลย ขับรถจากสระบุรีไปเล็กน้อยก็เที่ยวเขาใหญ่ได้ หรือขับจากชลบุรีไปนิดเดียวก็เที่ยวทะเลพัทยาได้แล้ว กระนั้นเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จงเติมเต็มวันหยุดฤดูร้อนของคุณให้ครบเครื่องและสมบูรณ์แบบด้วยการไปเที่ยวไหนต่อไหนในทริปเดียวกันให้เรียบร้อยโรงเรียนจีนไปเลยสิจ๊ะ เชื่อว่าอากงอาม่าบนสวรรค์จะต้องดีอกดีใจที่ลูกหลานรู้เท่าทันกุศโลบายเช็งเม้งรวมญาติของแกอย่างแน่นอน : )

ภาพ หม่าม้าและเฮีย

สลิลา มหันต์เชิดชูวงศ์

หญิงสาวเชื้อสายจีน ชอบเดินเท้า ชอบศิลปะ ชอบสบู่ ชอบถ่ายรูป ชอบสิ่งเพี้ยน

related post