57

วันที่แม่บอกว่าไม่ว่าผมจะเป็นยังไงแม่ก็รัก

อาจเพราะวันเกิดอยู่ในช่วงปีใหม่ ทำให้ตั้งแต่เล็กจนโตผมได้เป่าเค้กกับที่บ้านเสมอ จำได้ว่าเพิ่งบอกเลิกแม่ไปตอนอายุยี่สิบ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ต้องการมันเพื่อยืนยันว่าวันนี้สำคัญอีกแล้ว

อาจเพราะรู้สึกว่าโตขึ้น แค่ได้ไปกินข้าวกันพร้อมหน้าก็คงพอ ผมเลยจำของขวัญที่คนนั้นคนนี้ให้ไม่เคยได้ นอกจากของขวัญชิ้นนึงจากแม่ ซึ่งตอนนั้นน่าจะเรียนอยู่ปี 3

ปีใหม่ปีนั้นเป็นช่วงสอบและในคืนวันเกิดของตัวเอง ผมก็อยู่กรุงเทพฯ ด้วยความที่แม่ยุ่งๆ ทำให้ตอนกลางวันเราไม่ได้คุยกัน แต่พอตกดึกแม่ก็โทรมาง้อที่ไม่ได้อวยพรวันเกิด และด้วยความที่กลัวว่าลูกจะงอน แม่เลยถามผมว่า

“ ไหนๆ วันเกิดปีนี้อยากได้อะไร บอกแม่ซิ ”

จำได้ว่าผมเงียบไปครู่หนึ่ง แม่แซวว่า สงสัยจะอยากได้หลายอย่างเลยตอบไม่ถูก ด้วยความปากไวผมจึงเอ่ยไปทั้งๆ ที่ตอนนั้นสมองไม่ทันได้คิด…

“ถ้าสมมติบิ๊กไม่ได้เป็นแบบที่แม่ชอบ แม่จะยังรักบิ๊กรึเปล่า ”

มันเป็นคำถามที่อยู่ในใจผมมานาน แล้วก็ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้พูดออกมา ตอนที่แม่เงียบไปนั้น ภาพในหัวของผมมันก็ไหลมาอย่างกับแฟลชแบ็คในหนัง

เด็กประถมที่หัวช้าแต่โคตรขยัน เด็กมัธยมที่บ้ากิจกรรม เป็นพิธีกร ทำละครเวที แข่งวาดภาพ ปริญญาตรีก็คิดว่าต้องเข้ามหาวิทยาลัยดังและดี พอมหา'ลัยก็ตั้งใจว่าต้องจบด้วยเกียรตินิยม

สงสัยแม่เห็นผมเงียบไป เลยหัวเราะออกมาเพื่อให้เราสบายใจ แต่ผมก็ถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ ไม่ว่าลูกจะเป็นแบบไหน พ่อกับแม่ก็รักเสมอ ตั้งแต่แม่มีบิ๊ก พ่อกับแม่ก็ไม่เคยเสียใจอะไรเลย ลูก…ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง ”

คำนั้นของแม่ทำให้ผมต้องร้องไห้โฮออกมา ไม่เหมือนเด็กชั้นมหาวิทยาลัยที่คิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นผู้ใหญ่ มันเป็นน้ำตาของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่พร้อมจะทิ้งตัวกับแม่ผู้ซึ่งกำลังยืนยันว่ารักเขา

หลายปีก่อนโน้นเหมือนตัวผมมีโซ่และถูกล็อกเอาไว้ มันหนักและทำให้หายใจได้ไม่สะดวก แต่คืนนั้นแม่ได้ใช้กุญแจไขมันออกแล้ว

หลังจากคืนวันเกิดครบรอบอายุ 23 ผมคนเดิมก็ยังเป็นลูกรักของแม่ แต่แม่ได้มอบชีวิตใหม่ให้ ชีวิตในแบบที่ผมภูมิใจและยอมรับตัวเองได้

ผมเข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมา ผมทำทุกอย่างมากมายขนาดนั้นเพื่ออะไร เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจใช่ไหม? จริงๆ มันอาจไม่ใช่ทั้งหมด เพราะผมอาจทำเพื่อให้ 'ผมรักและชื่นชมตัวเอง'

แม่ทำให้รู้ว่าถึงผมแตกต่าง ผมก็เป็นที่รัก และผมก็มีความรักในแบบที่ไม่ต้องเหมือนคนอื่นได้ ผมไม่เคยอยากได้ของขวัญวันเกิดอีก เพราะปีนั้นแม่ได้ให้สิ่งที่มีค่าที่สุดกับผมแล้ว

ขอบคุณกุญแจดอกสำคัญที่ได้ปลดล็อกชีวิตนี้ อย่างน้อยในวันที่ผมไม่เก่งอะไร วันที่ผมอาจจะไม่ชนะใครอีกแล้ว

ผมก็รู้ว่า…แม่ยังรักผมเหมือนเดิม

ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย

ศิลปากร ฤทธิรงค์

Museum Maker ผู้หลงใหลในงานเขียน ชอบกินม็อคค่าและดูหนังลิโด้ วันหยุดพบได้ตามร้านกาแฟแถวพญาไท

related post