05

Wellcome Shop : ร้านหนังสือในพิพิธภัณฑ์การแพทย์แสนสนุกที่ไม่ได้ขายหนังสือธรรมดา แต่เป็นยาวิเศษ

ไกด์บุ๊กฉบับลอนดอนของฉันบอกว่าแถวๆ สถานี Euston มีมิวเซียมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเครื่องมือแพทย์ และในพิพิธภัณฑ์ก็มีร้านหนังสือที่...

"โอ๊ย! พอเหอะ ร้านนี้น่าเบื่อแหงๆ"

ตอนนั้นฉันด่วนสรุปว่าที่นี่ต้องมีแต่หนังสือวิชาการชวนง่วงล้านเปอร์เซ็นต์ อ่านเนื้อหาไปยังไม่ทันจบประโยค ฉันก็ถอดใจพลิกหน้าถัดไปทันทีพร้อมลบชื่อร้านนี้ออกไปจากใจ

เวลาผ่านไปหลายเดือน วันหนึ่ง ฉันและเฟิร์น น้องสาวที่มาเรียนปริญญาโทที่อังกฤษด้วยกันบังเอิญเดินผ่านพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นพอดี บังเอิญตอนนั้น บ.ก. เว็บไซต์เร่งทวงต้นฉบับ และบังเอิญว่าบรรยากาศในร้านก็ดูน่าสนใจเหมือนกันแฮะ

'ลองแว้บเข้าไปหน่อยคงไม่เสียหายมั้ง เผื่อได้ร้านใหม่เอามาเขียนคอลัมน์' ฉันคิดในใจพร้อมชวนเฟิร์นเดินเข้าไปด้านใน แอบรู้สึกผิดเล็กๆ ที่ทำให้เธอต้องเสียเวลา เพราะเฟิร์นดูไม่ใช่คนที่อินกับเรื่องวิทย์ๆ เอาซะเลย

ปรากฏว่าฉันคิดถูก 1 เรื่องและผิด 1 เรื่อง

1. เสียเวลาแน่นอนค่ะ ตั้งแต่ก้าวแรก เราสองคนก็ถูกดูดให้เดินวนในร้านนานหลายชั่วโมง

2. แต่ไม่ต้องรู้สึกผิดสักนิด เพราะมันสนุกมากกกก

ก่อนพูดเรื่องร้านหนังสือ ต้องอธิบายเรื่องราวของมิวเซียมแห่งนี้ก่อน

Wellcome Collection คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานสะสมของ Sir Henry Solomon Wellcome เภสัชกรยุควิกตอเรียที่เก็บสะสมอุปกรณ์เกี่ยวกับการแพทย์ไว้กว่าล้านชิ้น (เยอะขนาดนี้เมียลุงไม่ว่าเหรอ!?) ฟังแบบนี้อย่านึกว่าในมิวเซียมจะมีแต่เข็มฉีดยาและมีดผ่าตัดนะ เพราะเอาเข้าจริงด้านในเต็มไปด้วยของแปลกๆ ที่คาดไม่ถึงมากมาย เช่น แปรงสีฟันของนโปเลียน, มัมมี่เต็มตัวจากเปรู, ภาพสีน้ำมันแสดงอวัยวะภายในของผู้หญิงท้อง และบ็อกซ์เซ็ตลูกตาปลอมที่มีสีตาหลากหลายให้เลือกเปลี่ยนได้ไม่ซ้ำ เพราะแนวคิดของมิวเซียมแห่งนี้คือการเชื่อมโยงการแพทย์ ชีวิต และศิลปะ เข้าไว้ด้วยกัน

ฟังแค่นี้ก็ว่าเจ๋งแล้ว แต่ร้านหนังสือ Wellcome Shop ขยายความคอนเซปต์ไปได้ไกลกว่านั้น พวกเขามั่นใจว่าวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้ และพวกเขาก็รู้ดีว่าจะเล่าเรื่องยากๆ เหล่านี้ให้น่าฟังยังไง

ทางเข้าหน้าร้านต้อนรับเราด้วยตุ๊กตานุ่มนิ่มรูปเซลล์และเหล่าเชื้อโรคที่น่ารักจนรู้สึกอยากพาน้องเม็ดเลือดแดงกลับบ้าน โซนหนังสือเด็กก็มีหนังสือที่ใช้ภาพประกอบน่ารักเล่าเรื่องอารมณ์ของฉัน พร้อมขายเยลลี่รูปอวัยวะ และเซ็ตอุปกรณ์ทำสัญญาณกันขโมยด้วยตัวเอง

สำหรับคนทั่วไปก็มีหนังสือฮาวทูหมวดจิตวิทยาอ่านสนุก เช่น How to stay sane, How to be alone, How to think more about sex และ How not to die ถ้าคุณเป็นนักดนตรีก็มีโซนหนังสือที่เล่าว่าเสียงเพลงส่งผลต่อร่างกายและจิตใจยังไง ส่วนคนสายอาร์ตก็มีหนังสือที่รวมงานศิลป์เกี่ยวกับโรคร้าย และหนังสือภาพอธิบายความตาย, เรื่องเร้นลับ หรือเรื่องเพศเรียงรายเต็มชั้น ถ้าคุณเป็นหมอหรือนักวิทยาศาสตร์ นอกจากที่นี่จะมีหนังสือวิชาการให้อ่านจนตาแฉะ เขายังขายของกุ๊กกิ๊กสำหรับชาวเนิร์ดอย่างกล่องข้าวลายตารางธาตุ, เครื่องประดับรูปหัวใจ (เวอร์ชั่นเรียลมากๆ) และเจลอาบน้ำสีแดงที่อยู่ในรูปถุงบริจาคเลือด (มีหลายกรุ๊ปเลือดให้เลือกด้วยล่ะ)

“We have everything from serious to silly.” Marion Akehurst ผู้จัดการร้านบอกเราพร้อมหัวเราะร่า เธอเล่าว่าตอนร้านเปิดใหม่เมื่อ 10 ปีก่อน ที่นี่เคยขายแต่หนังสือวิชาการสำหรับแพทย์ ซึ่งขายยากมาก ทีมงานเลยต้องกลับมานั่งตีโจทย์ใหม่

“เพราะเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้จำกัดแค่คนในวงการแพทย์ เราเลยตั้งเป้าให้หนังสือของเราเข้าถึงคนส่วนใหญ่ แล้วก็พบว่าธรรมชาติของมนุษย์คือการเป็นนักสงสัยใคร่รู้ และหนึ่งในปริศนาที่เราอยากรู้มากที่สุดก็คือสิ่งที่อยู่ภายในตัวเราเองนี่ล่ะ ตั้งแต่นั้นเราเลยตั้งใจเลือกหนังสือที่เข้าใจง่ายและหลากหลาย แต่ที่สำคัญคือ ทุกเล่มต้องช่วยตอบคำถามว่า 'ความเป็นมนุษย์' คืออะไร” มาเรียนกล่าว

เธอเล่าต่อว่า "ถ้าคุณเป็นหมอ ร้านนี้จะบอกว่าคุณไม่ควรมองโลกจากแค่มุมของหมอ แต่ควรทำความรู้จักความรู้สึกของคนไข้ด้วย และตัวเราผู้รับการรักษา หรือในฐานะคนทั่วไปก็เช่นกัน เราควรรู้เรื่องพวกนี้เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตจนวาระสุดท้ายได้อย่างมีความสุข”

ไม่ใช่แค่หนังสือในร้านที่น่าสนใจ แต่วิธีจัดวางหนังสือแต่ละชุดก็สนุกมาก โต๊ะวางหนังสือใหม่หรือหนังสือแนะนำจะมีพร็อพเก๋ๆ ช่วยตกแต่ง และถ้าภาพประกอบในหนังสือดีงาม ทางร้านก็จะเอาภาพนั้นมาพิมพ์เป็นโปสการ์ดวางขายใกล้ๆ กัน เป็นการเพิ่มยอดขายและช่วยทำให้หนังสือดูน่าซื้อเข้าไปอีก มาเรียนอธิบายว่าเธออยากทำให้หนังสือวิชาการเหล่านี้ดูป๊อปขึ้น ยอดขายที่ได้ไม่เพียงส่งผลดีกับทางร้าน แต่ยังทำให้สำนักพิมพ์รู้ว่าหนังสือแนวนี้ก็มีคนอ่านพอสมควรนี่นา ในระยะยาว พวกเขาจึงอาจพิมพ์หนังสือดีๆ แบบนี้ออกมาในท้องตลาดมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ ก็คือคนอ่านอย่างเรา

“ฉันเชื่อว่าหนังสือช่วยสะท้อนความเป็นมนุษย์ ช่วยเยียวยาจิตใจ ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงบันดาลใจ มันเปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปเรียนรู้โลกของคนอื่น เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียว” มาเรียนเล่าความรู้สึกที่ได้จากการทำงานกับหนังสือมากว่า 25 ปี

“อืม ฟังดูเหมือนหนังสือเป็นยาชนิดหนึ่งเลยนะคะ ว่าไหม” ฉันพูด

“ใช่เลย! ฉันคิดเสมอว่ามันเป็นเหมือนยาวิเศษที่ทำให้เราเข้าใจโลก เข้าใจคนรอบข้าง และเข้าใจตัวเอง จนบางทีฉันแอบคิดเล่นๆ ว่าหรือฉันกำลังทำงานในร้านขายยารึเปล่านะ” ผู้จัดการร้านตอบพร้อมหัวเราะเสียงดัง

หลังจากฟินกับบทสนทนาของมาเรียน ฉันก็ขอบคุณเธอและรีบเดินกลับไปหาเฟิร์นที่ยังยืนรออยู่ในร้านหนังสือ

“ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ เรากลับกันเลยไหม” ฉันถาม

“แฮ่ ขอเวลาเดินดูอีกแป๊บนึงได้ไหมพี่ฟาน” เฟิร์นตอบ

ปรากฏว่าแป๊บนึงของเฟิร์นกินเวลาอีกเกือบชั่วโมง...

Best Seller : Death: A Picture Album โดย Richard Harris

หนังสือที่นำเสนอหลายแง่มุมของความตายผ่านงานศิลป์ที่รวบรวมโดยนักสะสม ริชาร์ด แฮร์ริส ทั้ง 38 ภาพที่คัดเลือกมาอย่างตั้งใจมีทั้งงานศิลปะ, หลักฐานในประวัติศาสตร์ ภาพวาดและชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิตของจริงจากทั่วโลก ทั้งหมดนี้เพื่อบอกเล่าว่าความตายเป็นทั้งเพื่อนสนิท ศัตรูคู่แค้น และแรงผลักดันมหาศาลในชีวิตเรา

มาเรียนเสริมว่านี่เป็นหนังสือที่ Wellcome Collection จัดทำขึ้นจากนิทรรศการหมุนเวียนในชื่อเดียวกัน ภาพข้างในเป็นภาพหายากและสวยมากจนหนังสือเล่มนี้ขายได้เป็น 3 เท่าของหนังสือขายดีเล่มอื่นๆ ในร้านเลย

Wellcome's recommended : It's All in Your Head Stories from the Frontline of Psychosomatic Illness โดย Dr. Suzanne O'Sullivan

คนเขียนหนังสือเป็นนักวิจัยด้านจิตเวช เธอจะมาเล่าอาการประหลาดมากมายของสมองและอารมณ์มนุษย์ที่ยากจะหาคำอธิบายทางการแพทย์ พร้อมพาเราไปค้นพบความลับมากมายที่ซ่อนอยู่ในหัวของเราเอง หนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดาเพราะมีดีกรีเป็นถึงหนังสือที่ชนะเลิศจากงานประกวด Wellcome Book Price ปี 2016 งานที่มอบรางวัลให้หนังสือที่พูดเรื่องวิทยาศาสตร์และร่างกายให้คนทั่วไปเข้าถึงง่ายและอ่านสนุก

High Season: มาเรียนบอกว่าตอนเช้าเงียบสงบดี ส่วนตอนบ่ายก็จะคึกคักกว่า แต่ถ้าให้เราแนะนำ เราว่าควรมาตอนที่พิพิธภัณฑ์มีนิทรรศการที่คุณสนใจ แล้วร้านก็จะมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้คุณเลือกดูจนตาลายเลย

Blackwell's at Wellcome Collection

address: 183 Euston Road, London NW1 2BE
hours: เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น., เสาร์ 10.00 - 18.00 น., อาทิตย์ 11.00 - 18.00 น.
how to get there: นั่งรถไฟใต้ดินมาที่สถานี London Euston หรือ Euston Square ก็ได้ แล้วเดินต่อไม่ถึง 5 นาที
facebook | Wellcome Collection
twitter | @ExploreWellcome

ภาพประกอบ: Faan.peeti

ฟาน.ปีติ

ปีติชา คงฤทธิ์ อดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร a day ที่เริ่มเบนเข็มทิศชีวิตมาเอาจริงกับการวาดภาพ และกำลังเรียนต่อด้านภาพประกอบที่ประเทศอังกฤษ นอกจากการสร้างงานศิลปะ ปีติชายังเอนจอยกับการเต้นสวิง การแอบงีบหลับระหว่างเดินทาง และยังพยายามวิ่งอย่างสม่ำเสมอเพื่อเอาชนะก้อนไขมันของตัวเองให้จงได้

related post